เราขอยกให้ Perge เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอันทาเลียที่ควรค่าแก่การไปเห็นและสัมผัสกับอาณาจักรโบราณแห่งนี้ด้วยตาตัวเองกันเลย
Perge Ancient City (อ่านออกเสียงว่า “เพอร์เกอ”) เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุค Bronze Age หรือยุคสัมฤทธิ์ ช่วงราว 1,200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต้นกำเนิดของอาณาจักรแห่งนี้เป็นของชาว Lycian และต่อมาได้กลายเป็นเมืองหลวงของภูมิภาค Pamphylia ที่ตั้งอยู่ในเอเชียไมเนอร์ภายใต้การปกครองของกรีกและโรมัน
วางแผนเที่ยว Türkiye
- จองที่พัก Booking.com – ตัวเลือกที่พักหลากหลาย ราคาประหยัดและยืดหยุ่นด้วย Free Cancellation
- เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเอง จองออนไลน์ สามารถเลือกจุดรับคืนรถได้
- จองตั๋วรถทัวร์ – จองออนไลน์ เลือกที่นั่งได้ ชำระผ่านบัตร สำหรับการเดินทางระหว่างเมือง
- จองตั๋วรถไฟ – จองออนไลน์ผ่าน TCDD เลือกที่นั่งได้ ชำระผ่านบัตร สำหรับการเดินทางระหว่างเมือง
อาณาจักรที่ร่ำรวยและเจริญรุ่งเรืองมาก มีทั้งโรงละครและสเตเดียมแข่งกีฬาที่สร้างขึ้นจากหินซึ่งจุคนได้กว่า 10,000 คน หรือจะเป็นยิมสำหรับออกกำลังกาย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ไปจนถึงถนนหนทางแบบสองเลนที่มีน้ำไหลคั่นกลาง มีน้ำพุและสะพานข้ามสองข้างทางเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่เคยเป็นร้านขายของ สภาพแทบจะครบสมบูรณ์ราวกับได้ย้อนเวลาไปในอดีต
Contents:
การเดินทางจากอันทาเลีย
เมืองโบราณ Perge ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอันทาเลีย (Antalya) ไปทางตะวันออกราว 20 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วย 2 วิธีก็คือ
- แท็กซี่สาธารณะสีเหลือง ซึ่งจะจอดอยู่ตามจุดจอดต่างๆ ในเมือง นั่งยาวไปลงที่ Perge ที่สำคัญคือแท็กซี่ที่นี่จะใช้มิเตอร์ทั้งหมด แต่หากไปคนเดียวหรือสองคนก็อาจจะไม่คุ้ม
- นั่ง Tramway สายสีส้ม T1B ไปลงที่สถานี Aksu แล้วเดินต่อราว 1.4 กิโลเมตรถึงทางเข้าเมืองโบราณ หรือใครจะต่อด้วยแท็กซี่ก็ได้เหมือนกัน

การซื้อตั๋วและค่าเข้าชม
การซื้อตั๋วสามารถ Walk-in เข้าไปซื้อได้ที่จุดขายตั๋วบริเวณหน้าทางเข้าได้เลย โดย Perge Ancient City จะมีค่าเข้าชมอยู่ที่คนละ 250 ลีรา (คิดเป็นเงินไทยราว 300 บาท) ซึ่งราคานี้จะรวมบริเวณเมืองโบราณทั้งหมด ไปจนถึง The Theatre โรงละครหินขนาดมหึมาที่จุคนกว่า 10,000 คนที่จะตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามบริเวณทางเข้าเมืองโบราณ
หมายเหตุ: อ้างอิงราคาค่าเข้าชม Perge Ancient City ในปี 2023

แผนที่อาณาจักรโบราณ Perge
หากได้ทำการบ้านคร่าวๆ ก่อนที่จะหลงไปในอาณาจักรโบราณ Perge ก็จะทำให้การเดินเที่ยวชมจุดต่างๆ ในอาณาจักรนั้นสนุกมากขึ้นไปอีก โดยหลักแล้วก็จะมีเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างเมืองและแผนที่ของเมืองนั่นเอง

พอเห็นแผนที่แล้ว บอกเลยว่าอาณาจักรโบราณ Perge Ancient City แห่งนี้ไม่เล็ก และเปรียบเสมือนเมืองๆ นึงในสมัยปัจจุบันกันเลย ไม่ว่าจะเป็นประตูเมือง โรงอาบน้ำ จัตุรัส ร้านค้า ถนนสองเลนขนาดใหญ่ ทางข้ามถนน สเตเดียม โรงละคร และศูนย์ออกกำลังกายของชาวกรีกโรมัน แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน หรือสำหรับใครที่อยากเดินให้ครบก็อาจก็อาจจะต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ รวมกับการเดินทางไปกลับเมืองอันทาเลียด้วย
หลงไปในอาณาจักรโบราณ Perge
เราจะพาทุกคนเดินหลงไปในอาณาจักรโบราณด้วยกัน และจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ในเมือง Perge ที่ไม่ควรพลาด อาณาจักรโบราณที่มีเรื่องราวมายาวนานย้อนไปตั้งแต่สมัย Bronze Age ช่วงต้น หรือราว 4,000 – 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่นี่จะมีอะไรลงเหลือเราให้เราไปเดินตามรอยกันบ้าง? ตามไปดูกัน
Stadium (B)

หลังจากที่ซื้อตั๋วบริเวณทางเข้าเรียบร้อย ก็จะมีทางเดินเข้าไปยังเมือง ซึ่งโซนแรกที่เราจะเจอก็คือ Stadium หรือสนามกีฬานั่นเอง สนามกีฬาแห่งนี้สำคัญอย่างไร?


สนามกีฬาที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 1 ซึ่งทำมาจากหิน Ashlar Limestone ที่ถูกตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมสวยงาม นำมาเรียงกันเป็นสเตเดียมขนาดใหญ่รูปตัวยู สเตเดียมที่มีความยาว 234 เมตร ประตูทางเข้า 5 ประตู มีลู่วิ่งที่กว้างถึง 34 เมตร พร้อมแถวที่นั่งทั้งหมด 11 แถว สามารถจุผู้เข้าชมได้ราว 12,000 คน สเตเดียมแห่งนี้ยังถือว่าเป็นหนึ่งในสเตเดียมโบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาจนถึงโลกยุคปัจจุบัน

หากลองนึกภาพ ผู้คนในยุคกรีกโรมันที่มารวมตัวกันกว่าหมื่นคนเพื่อมาชมการแข่งขันกีฬาจะน่าสนุกแค่ไหน? ซึ่งกีฬาในโลกของกรีกโบราณก็คือ Foot Race หรือการแข่งวิ่งนั่นเอง จะว่าไปแล้วก็แทบไม่ต่างกับยุคปัจจุบันเลย
Baths (I)

Baths Complex หรือโรงอาบน้ำโรมันขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน โดยคนที่เข้ามาใช้บริการจะเริ่มจากส่วนแรกที่เรียกว่า “Apodyterium” ที่เป็นเหมือนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งมีชั้นวางของบนผนัง จากนั้นก็จะเป็นส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผนผ้าขนาดใหญ่ที่มีที่นั่งหินและไม้ ต่อด้วยสระว่ายน้ำ (Natatio) สำหรับล้างตัวหลังจากกิจกรรมฟิตเนสต่างๆ ภายในสระว่ายน้ำจะมีบันไดสำหรับเดินลงไปในสระ พร้อมกับมีน้ำพุตกแต่งอีกด้วย


ส่วนถัดมา “Frigidarium” จะเป็นห้องสำหรับ Cold Bath หรือการแช่น้ำเย็น ตามด้วยส่วนที่เป็น Warm Bath ที่มีชื่อว่า “Tepidarium” ซึ่งเค้าจะมีระบบทำความร้อน และสุดท้ายก็คือ “Caldarium” หรือ Hot Bath นั่นเอง โดยรวมแล้ว Baths Complex ของชาวกรีกโรมันก็แทบเหมือนกับฟิตเนสแบบครบวงจรในยุคปัจจุบันเลย
Columned Main Street (Ja, Jb)

ถนนหลักของเมือง Perge ที่สองข้างถนนเรียงรายไปด้วยเสากลมๆ กึ่งกลางมีการประดับตกแต่งด้วยทางน้ำไหลที่มีสะพานข้าม ด้านข้างของถนนเป็นทางเดินเท้าและร้านขายของที่แบ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยม

เมือง Perge จะมีถนนสายหลักที่เรียกว่า Columned Main Street อยู่ 2 สาย ซึ่งจะแบ่งเมืองออกเป็น 4 ส่วน และจะไปตัดกันเสมือนกับเป็นสี่แยก โดยถนนเส้น North-South จาก Hadrianus’ Arch ในทางใต้ไปจนถึง Nymphaion of Kestros ในทางเหนือมีความยาวเกือบ 480 เมตรเลยทีเดียว



ตัวถนนมีความกว้างราว 22 เมตรที่ปูด้วยหินปูน (Limestone) สีออกเหลือง แถมยังมีร่องรอยของการใช้ยานพาหนะที่เคลื่อนด้วยล้อและถูกใช้เป็นทางเดินเท้า นอกจากตัวถนนแล้ว บริเวณด้านข้างถนนที่มีเสากลมๆ เรียงรายที่มีความกว้างราว 5-6 เมตรนั้น ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Porticos” หรือเป็นทางเดินที่มีหลังคาและถูกค้ำด้วยเสา และบริเวณนี้เองก็จะเป็นที่ตั้งของร้านค้า พื้นทางเดินถูกปูด้วยโมเสอิคที่มีลวดลายแบบ Geometrics สวยงาม หากให้นึกภาพในโลกปัจจุบันก็คงเป็นลักษณะทางเดินเท้าข้างถนนที่มีหลังคาตามร้านค้าตึกแถวต่างๆ

กึ่งกลางของถนนเป็นทางน้ำไหลตามเนินที่ลาดลงจากเหนือไปใต้ ซึ่งจะไหลไปเชื่อมกับบริเวณน้ำพุ (Nymphaeum) นอกจากนี้ยังมีสะพานเล็กๆ สำหรับคนเดินข้ามอีกด้วย
นับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งที่สิ่งก่อสร้างที่เจริญรุ่งเรืองและการออกแบบผังเมืองเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 2 ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิฮาดริอานุส (Hadrian) ในช่วงปีคริสต์ศักราช 117-138
Entrance of Acropolis (F3)

หากเดินมาจนสุดถนนทางทิศเหนือ เราก็จะเจอกับ Entrance of Acropolis (แผนที่ F3) ที่สามารถเดินต่อขึ้นไปด้านบน ซึ่งจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองโบราณ Perge ทั้งหมด

บริเวณก่อนทางขึ้นจะมีน้ำพุที่มีรูปปั้นของ Kestros เทพเจ้าแห่งแม่น้ำ (The River God) ซึ่งอันที่จริงแล้วรูปปั้นของ Kestros ถูกล้อมรอบด้วยรูปปั้นของเทพเจ้ากรีกองค์อื่นๆ ด้วย ก็คือ ซูส (Zeus) อาร์เตมิส (Artemis) และอะพอลโล (Apollo) แต่ปัจจุบันได้ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์อันทาเลียพร้อมกับรูปปั้นของจักรพรรดิฮาดริอานุส จึงคาดว่าน้ำพุ Kestros แห่งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นในยุคของจักรพรรดิฮาดริอานุส (ช่วงปีคริสต์ศักราช 117-138)

จากบริเวณน้ำพุที่มีรูปปั้น Katros สามารถเดินขึ้นเขามาราว 10 นาที ก็จะมีจุดนั่งพักชมวิวเมืองโบราณ Perge ที่มองเห็นถนนสายหลักทั้งสองสายก็คือ North-South และ East-West และจากบริเวณนี้น่าจะสามารถเดินขึ้นไปได้อีกเพื่อไปยัง Acropolis แต่เหลือเพียงแค่ร่องรอยบางส่วนเท่านั้น
Acropolis ที่ในภาษาไทยใช้คำว่า “อัครปุระ” นั่นก็คือเมืองที่สร้างอยู่บนยอดเขาของนครกรีกโบราณ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในทางศาสนา เป็นป้อมปราการ และเป็นศูนย์กลางของชุมชน รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยของราชวงศ์และคนชนชั้นสูงนั่นเอง
Palaestra & Gymnasium (N)

ต่อจาก Acropolis เราจะเดินกลับมาบริเวณสี่แยก แล้วเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ถนน East-West โดยเดินไปทางตะวันตก ซึ่งถนนสายนี้ก็จะคล้ายๆ กับถนนสาย North-South ที่ด้านข้างเรียงรายไปด้วยหินเสากลม มีทางน้ำไหลด้านข้างไปตามสายถนน ไปจนถึงทางเดินเท้าและร้านค้าที่เรียงรายอยู่เป็นห้องๆ


ทางด้านขวามือเราจะเจอกับ Palaestra และ Gymnasium หรือโรงมวยปล้ำและโรงฝึก (ฟิตเนส) นั่นเอง ไม่น่าเชื่อว่าคนกรีกโรมันโบราณก็จะมีฟิตเนสที่ใช้ในการฝึกซ้อมคนที่จะเข้าแข่งขันในเกมสาธารณะต่างๆ เหมือนกับโลกปัจจุบัน แถมยังเป็นสถานที่สำหรับสังสรรค์และแลกเปลี่ยนทางความคิดอีกด้วย
ฝั่งตรงข้ามกับโรงฝึกจะมีห้องที่ลักษณะเหมือนเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่สุดในเมือง Perge ที่มีสภาพภายในค่อนข้างสมบูรณ์ มีประตูและพื้นที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนหลากสี มีรูปที่เป็นเรื่องราวของปกรณัมกรีก รวมถึงฉากในสงครามเมืองทรอย (Trojan War) ที่เป็นภาพโมเสอิค

อย่างไรก็ตาม สถานที่แห่งนี้อาจจะไม่ได้ถูกใช้เป็นร้านค้า แต่น่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการประกอบพิธีทางศาสนา การถวายหรือสังเวยในช่วงศตวรรษที่ 2 และต่อมาถูกเปลี่ยนให้เป็นน้ำพุศักดิ์สิทธิ์และศูนย์บำบัดรักษา (รวมถึงพิธีกรรมต่างๆ) ในช่วงการตั้งถิ่นฐานของจักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือไบแซนไทน์
Theatre (A)

จุดสุดท้ายที่พลาดไม่ได้และห้ามพลาด แถมยังเป็น Highlight ของเมืองโบราณ Perge ก็คือ Theatre หรือโรงละครนั่นเอง โดยส่วนนี้จะตั้งอยู่ด้านนอกของทางเข้าเมืองโบราณ Perge ซึ่งต้องเดินออกมาตามทาง Exit ก่อน แล้วเดินข้ามถนนไปฝั่งด้านข้าง ทั้งนี้ต้องแสดงตั๋วที่เราซื้อบริเวณทางเข้าให้กับเจ้าหน้าที่ดูด้วย (ไม่ต้องซื้อเพิ่ม เพราะรวมอยู่ในราคา 250 ลีราแล้ว)
หากพูดถึง “โรงละคร” ก็อาจจะนึกถึงบรรยากาศแบบที่นั่งเป็นชั้นๆ แบบครึ่งวงกลมที่มีเวทีอยู่ตรงกลาง ขนาดไม่ได้ใหญ่ไปกว่าโรงหนัง แต่ Theatre ของชาวกรีกโรมันในเมือง Perge เป็นโรงละครหรือสามารถเรียกว่าหอประชุมแบบ Open Air ขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้มากกว่า 12,000 ที่นั่ง ถือว่าเป็นสถานที่สาธารณะที่ใหญ่มากๆ เลยทีเดียว

Theatre ที่นี่เป็นหนึ่งในโรงละครโบราณที่มีสภาพที่แทบจะสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหิน โดยให้พิงไปกับเนินของภูเขา Kocabelen ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Greco-Roman ซึ่งโรงละครถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ก็คือ ส่วนเวที ส่วนออร์เคสตรา และส่วนแถวที่นั่ง
ส่วนของเวทีมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ชั้น โดยหลายๆ ส่วนก็ถูกต่อเติมในยุคสมัยที่ต่างกัน มีประตูทางเข้าเวทีถึง 5 ประตู และมีการแกะสลักลวดลายด้วยศิลปินชื่อดังของเมือง Perge ส่วนของออร์เคสตราก็มีทางเข้าที่เชื่อมระหว่างเวทีและแถวที่นั่งสองทาง นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มแผงกั้นเพื่อป้องกันคนดูจาก Gladiator Fights กับสัตว์ป่าที่มีขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 3 ด้วย

ในส่วนของแถวที่นั่งที่จุคนได้ถึง 12,000 คนนั้น จะแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยส่วนล่างมีทั้งหมด 19 แถว มีบันไดเดินขึ้น 12 จุด และคั่นด้วยทางเดินตรงกลางเหมือน Concert Hall ส่วนบนจะมีที่นั่งอีก 23 แถว มีบันไดเดินขึ้น 24 จุด แค่นึกภาพตามก็คือใหญ่อลังการมากๆ และ Theatre ที่นี่นับว่าใหญ่เป็นอันดับสามในประเทสตุรเคีย
และทั้งหมดนี้ก็คือ Highlight ของเมืองกรีกโรมันโบราณ หรือ Perge Ancient City ที่ตั้งอยู่ในเมืองอันทาเลียนั่นเอง บอกเลยว่าในราคาแค่ 250 ลีรากับการได้มาสัมผัสสิ่งก่อสร้างที่เจริญรุ่งเรืองขั้นสุดในอดีตด้วยตาตัวเองนั้นคุ้มเกินที่จะบรรยาย ใครที่มีโอกาสได้มาเที่ยวอันทาเลียแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาหลงไปในอาณาจักรกรีกโบราณ Perge ด้วยกัน
อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:
