วางแผนเที่ยว Türkiye
- จองที่พัก Booking.com – ตัวเลือกที่พักหลากหลาย ราคาประหยัดและยืดหยุ่นด้วย Free Cancellation
- เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเอง จองออนไลน์ สามารถเลือกจุดรับคืนรถได้
- จองตั๋วรถทัวร์ – จองออนไลน์ เลือกที่นั่งได้ ชำระผ่านบัตร สำหรับการเดินทางระหว่างเมือง
- จองตั๋วรถไฟ – จองออนไลน์ผ่าน TCDD เลือกที่นั่งได้ ชำระผ่านบัตร สำหรับการเดินทางระหว่างเมือง
อิสตันบูล (Istanbul) เมืองนี้ไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศตุรเคียอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ แต่ที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญและเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของประเทศตุรเคีย อิสตันบูลยังจัดว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปที่มีผู้คนอาศัยอยู่กว่า 15 ล้านคน
เมืองแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย และเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างจุดเชื่อมของสองทวีป โดยเมืองตั้งอยู่ระหว่างช่องแคบบอสฟอรัส ทะเลมาร์มารา และทะเลดำ ซึ่งเป็นพรมแดนของฝั่งเอเชียหรือที่เรียกกันว่าอานาโตเลียและฝั่งยุโรป (Thrace) ในอดีตช่วงราวศตวรรษที่ 30 อิสตันบูลก็คือเมืองคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) เมืองหลวงของจักรวรรดิโรมันตะวันออกที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องห้ามพลาดในอิสตันบูลจะมีที่ไหนบ้าง? ใครกำลังวางแผนเที่ยว ตามไปดูกัน
หมายเหตุ: ค่าเข้าชมสกุลเงินลีรา (TL) อ้างอิงข้อมูลจากปี 2023
– 1 –
Istiklal Caddesi
Istiklal Caddesi หรือถนนคนเดิน Istiklal แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยู่ในย่าน Taksim สำหรับใครที่มาอิสตันบูลจะต้องไม่พลาด Check-in กันอย่างแน่นอน

ถนนคนเดินทอดยาวที่สองข้างทางเรียงรายไปด้วยตึกสไตล์ยุโรป ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของฝาก คาเฟ่ ร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของแทบทุกอย่างที่มีในอิสตันบูล

นอกจากจะเป็นถนนคนเดินแล้ว ความพิเศษก็คือตรงกลางของถนนจะเป็นรางสำหรับ Tramway หรือรถรางที่หน้าตาแบบฉบับรถรางในอดีต บรรยากาศคลาสสิคแบบยุโรปที่สุด คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: นั่ง Metro มาลงที่สถานี Şişhane จะโผล่กลางถนน Istkilal เลย หรือสามารถลงที่สถานี Taksim ต้นถนนคนเดินบริเวณ Taksim Square
– 2 –
Taksim Square
Taksim Square หรือจัตุรัส Taksim เป็นย่านนักท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนเป็น Hub ของอิสตันบูลและเป็นจุดเริ่มต้นของคนที่มาเที่ยวเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยโรงแรมมากมาย ตั้งแต่แบบ Hostel ไปจนถึงเชนโรงแรมชื่อดังมากมาย

ที่นี่ยังเป็นจุดจอดรถบัส Airport Shuttle ที่มาจากสนามบินอิสตันบูล (IST) และสนามบินซาบีฮา (SAW) และเป็นที่ตั้งของสถานีเมโทร ก็คือสถานี Taksim นั่นเอง

บริเวณรอบของจัตุรัส Taksim เป็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยนกพิราบ มีร้านขายของมากมาย มีรถรางหรือ Tramway สีแดงสุดคลาสสิควิ่งวน และเชื่อมกับถนน Istiklal Caddesi ถนนเรียงรายไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์มากมาย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุด Check-in ของอิสตันบูล
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: สามารถนั่งเมโทรมาลงที่สถานี Taksim จากถนน Istiklal สามารถเดินมาได้เรื่อยๆ จดสุดถนนก็จะเจอกับจัตุรัส Taksim
– 3 –
Galata Tower
หอคอยกาลาตา (Galata Tower) เป็นหอคอยเก่าแก่ของชาว Genoese ที่เป็นส่วนหนึ่งของกรุงคอนสแตนติโนเปิล ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในปี 1348 หอคอยที่มีความสูง 66.9 เมตร ซึ่งในเวลานั้นถือว่าเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในเมือง

ในอดีตหอคอยกาลาตาถูกใช้เป็นหอคอยสังเกตการณ์ แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวพานอรามาของเมืองอิสตันบูลได้ในราคา 650 TL หรือราวๆ 900 บาท จุดขายตั๋วจะอยู่บริเวณหอคอยเลย

หอคอยกาลาตาเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกที่มาเที่ยวอิสตันบูล ซึ่งตั้งอยู่ในเขต Beyoğlu ไม่ไกลจากแถวท่าเรือ Karaköy และถนนคนเดิน Istiklal
- ค่าเข้าชม: 650 TL
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: สามารถเดินได้จากถนนคนเดิน Istiklal หรือนั่ง Metro มาลงที่สถานี Şişhane แล้วเดินต่อราว 450 เมตร หากมาจาก Karaköy สามารถเดินได้ หรือนั่ง Tramway มาลงที่สถานี Karaköy แล้วเดินต่อราว 650 เมตร
– 4 –
Karaköy

ย่าน Karaköy เป็นย่านที่อยู่ติดกับ Golden Horn หรือฝั่งติดทะเลที่เชื่อมกับช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Strait) บรรยากาศฟินไม่ต้องถามถึง มีทั้งโรงแรม ร้านอาหารและคาเฟ่ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับทะเล แถมมองเห็นวิวฝั่ง Old Town หรือ Eminönu อีกด้วย

บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของท่าเรือ Karaköy ที่จะข้ามไปฝั่งเอเชีย ซึ่งย่านนี้ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งย่านที่น่าพักที่สุดในอิสตันบูล สำหรับใครที่ไม่ได้มาพักที่นี่ก็สามารถนั่งเมโทรมาลงที่สถานี Karaköy หรือเดินมาจากหอคอย Galata จะมาเดินเล่นหรือมาดินเนอร์กินบรรยากาศ Golden Horn ก็ฟินสุดๆ ไปเลย
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: สามารถนั่งเมโทรมาลงที่สถานี Karaköy
– 5 –
Basilica Cistern
Basilica Cistern หรือ Yerabatan Sarnici อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตันเป็นหนึ่งในอุโมงค์เก็บน้ำโบราณที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกสร้างอยู่ด้านใต้ของจัตุรัสกลางเมือง (Stoa Basilica) ในช่วงศตวรรตที่ 6 ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 (Justinian I) แห่งจักวรรดิไบแซนไทน์


ที่นี่ในอดีตถูกใช้เป็นอุโมงค์สำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพระราชวัง Great Palace of Constantinople และ Topkapi Palace ต่อมาในยุคของจักรวรรดิออตโตมันปี 1453 จน Basilica Cistern ก็กลายเป็นสถานที่ที่ถูกโลกลืมไปเป็นร้อยปี จะมีก็แต่ชาวบ้านที่ยังใช้น้ำอยู่ และในปี 1565 อุโมงค์แห่งนี้ก็ถูกพบอีกครั้งโดยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่ชื่อ Petrus Gyllius

ภายในของ Balisica Cistern เต็มไปด้วยเสากรีกและโรมันโบราณที่ส่วนใหญ่เอามาจากซากปรักหักพัง อย่างเช่นเสาเมดูซากลับหัว ปัจจุบันมีการเก็บน้ำเพียงเล็กน้อย และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้โดยมีค่าเข้าคนละ 350 TL
- ค่าเข้าชม: 350 TL
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: สามารถเดินได้จากถนนคนเดิน Istiklal หรือนั่ง Metro มาลงที่สถานี Şişhane แล้วเดินต่อราว 450 เมตร หากมาจาก Karaköy สามารถเดินได้ หรือนั่ง Tramway มาลงที่สถานี Karaköy แล้วเดินต่อราว 650 เมตร
Tips: แนะนำให้มาแต่เช้า เพราะช่วงสายเป็นต้นไปคนจะเยอะ และสามารถซื้อตั๋วบริเวณทางเข้าได้เลย หากต้องการซื้อ Skip-the-Line พร้อมไกด์สามารถจองล่วงหน้าได้ผ่าน Klook
– 6 –
Hagia Sophia
มัสยิดฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sohpia) โบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในย่านเมืองเก่า หลักฐานแห่งความรุ่งเรืองของจักรวรรดิโรมันและไบแซนไทน์ในอดีต และแน่นอนว่าต้องเป็นสถานที่แรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงเมื่อมาเยือนอิสตันบูล

ที่นี่ในอดีตเป็นอาสนวิหารหลักของคริสตจักรที่ถูกสร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 6 ปี (ปีค.ศ. 532-537) ในรัชสมัยของจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 แห่งไบแซนไทน์ และยังถือว่าเป็นโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมันตะวันออกที่อยู่นับ 1,000 ปีก่อนจะถูกเปลี่ยนให้เป็นมัสยิดในยุคของจักรวรรดิออตโตมันที่เข้ายึดครองกรุงคอนสแตนติโนเปิลในปี 1453 โดยสุลต่าน Mehmed II

ภายนอกของมัสยิดนั้นดูเรียบธรรมดา แต่สถาปัตยกรรมภายในกลับปราณีตและสวยงามตามแบบฉบับของไบแซนไทน์ โดมกลางขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 31 เมตรและไร้ซึ่งเสาค้ำใดๆ นับว่าไม่ธรรมดาในยุคนั้น ผนังและเสาที่ทำมาจากหินอ่อน ตกแต่งด้วยโมเสอิกที่มีรูปสำคัญทางศาสนา ซึ่งถูกโบกปูนทับไปในช่วงที่เปลี่ยนมาเป็นมัสยิด ก่อนจะบูรณะกลับมาให้สาธารณชนได้เห็นบางส่วนในปัจจุบัน
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: สามารถเดินมาได้จาก Basilica Cistern จะอยู่เยื้องๆ กัน หรือนั่ง Tramway มาลงที่สถานี Sultan Ahmed
Tips: แนะนำให้มาแต่เช้า เพราะช่วงสายเป็นต้นไปคนจะเยอะและคิวยาวมาก หากต้องการซื้อ One-day Tour พร้อมไกด์สามารถจองล่วงหน้าได้ผ่าน Klook นอกจากนี้ต้องแต่งกายเรียบร้อย สำหรับผู้หญิงต้องใช้ผ้าคลุมผม ซึ่งมีให้บริการฟรีบริเวณทางเข้าหรือสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป
– 7 –
Topkapi Palace
พระราชวังโทพคาปิ (Topkapi Palace) วังหลวงแห่งจักรวรรดิออตโตมันที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1459 ไม่นานหลังจากการพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลโดยสุลต่าน Mehmed II และพระองค์ก็ประทับอยู่ที่นี่จนถึงวาระสุดท้ายในปี ค.ศ. 1481 สถานที่ตั้งของพระราชวังโทพคาปินั้นอยู่บริเวณแหลม Seraglio (Sarayburnu) ซึ่งสามารถมองเห็น Golden Horn จุดที่ช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Strait) มาบรรจบกับทะเลมาร์มารา (Sea of Marmara)



ในอดีตพระราชวังแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นสำนักงานต่างๆ ของสุลต่านออตโตมันยาวนานราว 400 ปี มีข้าราชบริพาลรับใช้หลายพันคน บริเวณในพระราชวังจึงกว้างขวางและซับซ้อน โดยแบ่งออกเป็นพระราชวังชั้นนอก (First Court) พระราชวังชั้นใน (Second Court) และส่วนของฮาเร็ม (Harem) ซึ่งเป็นที่อยู่ของราชวงศ์และนางสนมของสุลต่าน


ปัจจุบันพระราชวังโทพคาปิเปิดให้เข้าชมเป็นพิพิธภัณฑ์ มีการจัดแสดงทรัพย์สมบัติและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของสุลต่าน จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในอิสตันบูลที่ควรค่าแก่การเข้าไปชม
- ค่าเข้าชม: 750 TL (ยกเว้นส่วน Harem) 950 TL (รวมส่วน Harem)
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: สามารถเดินมาได้จาก Basilica Cistern และ Hagia Sophia หรือนั่ง Tramway มาลงที่สถานี Sultan Ahmed
Tips: แนะนำให้ซื้อแบบรวม Harem ด้วย เนื่องจากว่าพระราชวังมีขนาดใหญ่มากจึงควรเผื่อเวลาเกือบทั้งวันในการเข้าชมและมีบางส่วนอาจจะต้องต่อคิวเข้าชม พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) 10:00-16:00 ควรไปถึงก่อนเวลาเปิดเล็กน้อย และสามารถซื้อตั๋วบริเวณทางเข้าได้เลย หากต้องการแบบ Skip-the-Line พร้อมไกด์สามารถจองได้ผ่าน Klook
– 8 –
Blue Mosque
สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หรือมีอีกชื่อว่า “มัสยิดสุลต่านอาเหม็ด (Sultan Ahmed Mosque)” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในย่านเมืองเก่าของอิสตันบูล ซึ่งตั้งอยู่ถัดจาก Hagia Sophia นั่นเอง

มัสยิดหลวงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน ช่วงปี ค.ศ. 1609-1617 และก็ยังทำหน้าที่เป็นมัสยิดมาจนถึงปัจจุบัน ความสำคัญก็คือที่นี่เป็นมัสยิดแห่งเดียวในประเทศตุรเคียที่มีหอมินาเร็ตหรือหอสวดมนต์ด้วยกันถึง 6 หอ


ส่วนชื่อของสุเหร่าสีน้ำเงินนั้นก็มาจากการใช้กระเบื้องสีน้ำเงินตกแต่งภายใน สถาปัตยกรรมเรียกได้ว่าเป็นแบบ Classical Ottoman ที่มีโดมขนาดใหญ่ตรงกลางและล้อมรอบด้วยโดมเล็ก 4 โดมที่ครอบบริเวณหอสดมนต์
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: สามารถเดินมาได้จาก Basilica Cistern และ Hagia Sophia หรือนั่ง Tramway มาลงที่สถานี Sultan Ahmed
Tips: แนะนำให้มาช่วงเช้า หากต้องการซื้อ One-day Tour พร้อมไกด์สามารถจองล่วงหน้าได้ผ่าน Klook นอกจากนี้ต้องแต่งกายเรียบร้อย สำหรับผู้หญิงต้องใช้ผ้าคลุมผม ซึ่งมีให้บริการฟรีบริเวณทางเข้าหรือสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป
– 9 –
Grand Bazaar
Grand Bazaar เป็นตลาดในร่มแห่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1455 ที่นี่มีตรอกซอกซอยถึง 61 ซอยและมีร้านค้ามากมายกว่า 4,00 ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของฝากแบบ Made in Turkey ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายเครื่องประดับ ร้านขายถ้วยชาม ไปจนถึงชุดแก้วชากาแฟ รวมทั้งร้านขายขนมหวานแบบละลานตาไปหมด


ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ซึ่งในแต่ละปีมีผู้คนมาเดินบาซาร์แห่งนี้กว่า 90 ล้านคน ภายในบรรยากาศเก่าแก่ราวกับเดินอยู่ในตลาดสมัยยุคกลางกันเลย

นอกจากบาซาร์แล้ว บริเวณรอบๆ บาซาร์ก็เป็นย่านขายของที่คล้ายกับเยาวราชที่บ้านเรา และก็มีราคาถูกกว่า อย่างเช่นพวกผ้าคลุมผม ผ้าพันคอ หรือเสื้อผ้า ใครที่จะซื้อเป็นของฝากกลับไทยก็แนะนำย่านนี้เลย
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: นั่ง Tramway มาลงที่สถานี Beyazıt ซึ่งจะอยู่ถัดจากสถานี Sultan Ahmed มา 2 สถานี
Tips: แนะนำให้เดินดูหลายๆ ร้านก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ และอย่าลืมต่อรองราคา
– 10 –
Egyptian Bazaar
Egyptian Bazaar หรือที่รู้จักกันในชื่อ Spice Bazaar เป็นตลาดในร่มขนาดใหญ่อีกแหน่งหนึ่งในอิสตันบูลรองจาก Grand Bazaar ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ไกลกันมากและสามารถเดินถึงกันได้ เพราะอยู่ในย่าน Fatih ทั้งคู่ แต่ Spice Bazaar จะอยู่ฝั่งใกล้กับ Golden Horn

ภายในก็เรียงรายไปด้วยร้านค้า โดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายเครื่องเทศต่างๆ มากมาย ไปจนถึงพวกขนมหวาน ไม่ว่าจะเป็น Turkish Delight หรือ Baklava ตามด้วยร้านขายของฝากบ้างประปราย


บริเวณทางเข้าด้านหน้าของ Bazaar ก็คือจัตุรัส Eminönü Meydanı ลานกว้างที่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวและนกพิราบ อีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดฮิตในอิสตันบูล
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: นั่ง Tramway มาลงที่สถานี Eminönü หรือเดินมาจาก Grand Bazaar ระยะทางราว 650 เมตร
Tips: แนะนำให้เดินดูหลายๆ ร้านก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ และอย่าลืมต่อรองราคา
– 11 –
Bosphorus Strait
ไหนๆ ก็มาถึงอิสตันบูลแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดเลยก็คือการนั่งเรือชมวิวที่แล่นไปตามบริเวณช่องแคบบอสฟอรัสหรือ Bosphorus Strait นั่นเอง

ความสำคัญของช่องแคบบอฟอรัสก็คือนอกจากจะเป็นช่องแคบที่แบ่งฝั่งยุโรป (Thrace) และฝั่งเอเชีย (Anatolia) ซึ่งเชื่อมต่อทะเลดำและทะเลมาร์มาราแล้ว ช่องแคบแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังถือว่าเป็นช่องแคบที่แคบที่สุดในโลกที่ใช้ในการเดินเรือ โดยส่วนที่แคบที่สุดมีความกว้างเพียง 700 เมตร และมียาวทั้งหมดถึง 30 กิโลเมตร



การขึ้นเรือสามารถขึ้นได้บริเวณ Golden Horn ตรงท่าเรือ Eminönü โดยจะมีเรือออกทุก 1 ชั่วโมง ราคาค่าล่องเรือคนละ 100 TL ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งล่องไปและกลับ สองข้างทางก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นโรงแรมเก่าแก่ มัสยิด และกำแพงเมือง แนะนำให้นั่งฝั่งซ้ายของเรือ เนื่องจากเรือจะค่อยๆ เลียบไปฝั่งซ้ายก่อนและเลี้ยวกลับบริเวณสะพาน Fatih Sultan Mehmed [รีวิวล่องเรือชมช่องแคบบอฟอรัส]
- ค่าล่องเรือ: 100 TL
- พิกัด: Google Maps
- การเดินทาง: นั่ง Tramway มาลงที่สถานี Eminönü หรือเดินมาจาก Egyptian Bazaar ระยะทางราว 350 เมตร
Tips: แนะนำให้นั่งฝั่งซ้ายของเรือจะเห็นวิวใกล้กว่า ถ้าโชคดีอาจจะได้เจอปลาโลมากระโดดมาให้เห็นด้วย
และทั้งหมดนี้ก็คือพิกัดเที่ยว 9 แห่งในอิสตันบูล ใครที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวบอกเลยว่าต้องห้ามพลาด เพราะนอกจากจะได้สัมผัสกับความสวยงามในแบบฉบับที่ผสมผสานความเป็นจักรวรรดิโรมันและออตโตมันตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ไปจนถึงความเป็นยุโรปและเอเชียแล้ว สถานที่แต่ละแห่งยังมีเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่หากใครได้ศึกษามาก่อนบ้างก็จะอินสุดๆ ไปเลย
