สำหรับใครที่กำลังแพลนไปเที่ยวจอร์เจีย มาทำความรู้จักกับประเทศนี้กันก่อน มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง?
จอร์เจียเป็นประเทศที่ตั้งอยู่สุดขอบทางตะวันตกของทวีปเอเชียและเป็นประตูสู่ทวีปยุโรป ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต จึงมีบรรยากาศผสมผสานทั้งในแบบโซเวียตและยุโรป ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของธรรมชาติที่สวยหยุดลมหายใจ หมู่บ้านและเมืองต่างๆ ที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาคอเคซัส มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
เมืองหลวงของประเทศจอร์เจียก็คือเมืองทบิลิซี (Tbilisi) หนึ่งในเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แถมมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน เมืองนี้มีตึกรามบ้านช่องและโบสถ์ที่สวยงามตั้งแต่ในยุคกลางหรือ Middle Ages กันเลย
วางแผนเที่ยว Georgia
- จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guesthouse ในต่างเมือง
- เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
- เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
- ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ
Contents:
- คนไทยต้องทำวีซ่าไหม?
- สกุลเงินที่ใช้และการแลกเงิน
- เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- ภาษา
- เวลาและฤดูกาลต่างๆ
- ศาสนาและวัฒนธรรม
- อาหารการกิน
- การเดินทางในเมืองและระหว่างเมือง
- ที่พักในเมืองต่างๆ
- สถานที่ท่องเที่ยวในจอร์เจีย
1. คนไทยต้องทำวีซ่าไหม?
ประเทศจอร์เจียฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยถึง 365 วันหรือ 1 ปีเต็มๆ ใครที่จะไปเที่ยวก็สามารถอยู่ได้นานจุใจโดยไม่ต้องทำวีซ่า สะดวกสบายสุดๆ

ถ้าอยากรู้ว่าตม.ประเทศจอร์เจียโหดแค่ไหน? ถามอะไรบ้าง? ตามไปอ่านรีวิวฉบับเต็มกันได้ที่นี่
2. สกุลเงินที่ใช้และการแลกเงิน
ที่นี่ใช้เงินลารี (Lari) หรือใช้สัญลักษณ์ GEL ซึ่ง 1 ลารีจะเท่ากับประมาณ 13 บาท (ข้อมูลวันที่ 01/03/23) แนะนำให้แลกเงิน USD หรือ EUR จากที่ไทย แล้วมาแลกเป็นเงินลารีที่สนามบินหรือ Exchange ต่างๆ ในเมืองทบิลิซี ซึ่งจะมีอยู่ทั่วไปในเมืองและตามสถานที่ท่องเที่ยว
ค่าครองชีพโดยรวมในประเทศจอร์เจียไม่ได้ถูกเหมือนช่วงก่อนโควิด ถ้าให้เห็นภาพง่ายๆ ค่าเงินเมื่อปี 2020 นั้น 1 ลารีเท่ากับ 10 บาท แต่ในปี 2023 เงิน 1 ลารีเท่ากับเกือบ 14 บาท ข้าวของที่ซื้อจากที่ x10 เป็นเงินไทยกลายเป็นต้อง x14 ซึ่งโดยรวมแล้วสูงกว่าที่ไทยด้วยซ้ำไป [อ่านเพิ่มเติมค่าครองชีพในจอร์เจีย]

การใช้เงินที่นี่ส่วนใหญ่แล้วสามารถจ่ายได้ด้วยบัตรเดบิตและเครดิตตามร้านค้า ร้านอาหารและคาเฟ่ทุกแห่งในเมือง แทบไม่ได้ใช้เงินสดเลย แต่หากเป็นชนบทหรือหมู่บ้านห่างไกลก็จะรับชำระด้วยเงินสดเท่านั้น
3. เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ผู้ให้บริการหลักมีอยู่ 2 เจ้าด้วยกันก็คือ Magti และ Silknet-Geocell อย่างไรก็ตาม เครือข่ายที่ได้รับความนิยมก็คือ Magti

สำหรับเครือข่าย Magti แนะนำให้ไปซื้อซิมการ์ดที่สาขาใหญ่บนถนน Rustaveli ในเมืองทบิลิซี ซึ่งสามารถเดินได้จาก Freedom Square ประมาณ 10 นาที ราคาจะถูกกว่าซื้อที่สนามบินค่อนข้างเยอะ อย่างแพ็กเกจ Unlimited Internet สำหรับ 30 วันเริ่มต้นเพียง 32 ลารี ดูรายละเอียดและราคาเพิ่มเติมได้ที่นี่
4. ภาษา
ภาษาประจำชาติก็คือภาษาจอร์เจียน ซึ่งเป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีการใช้กันอยู่มาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม คนจอร์เจียส่วนใหญ่สามารถพูดภาษารัสเซียได้เสมือนภาษาทางการอันดับสองรองจากภาษาจอร์เจียน เนื่องจากประเทศจอร์เจียในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต และได้ประกาศเป็นเอกราชในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งราวๆ 30 กว่าปีเท่านั้นเอง

คนจอร์เจียส่วนใหญ่ไม่พูดภาษาอังกฤษ ป้ายและเมนูอาหารในร้านค้าต่างๆ ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ก็จะเป็นภาษาจอร์เจียหรือไม่ก็ภาษารัสเซียเท่านั้น การมาเที่ยวในประเทศจอร์เจียจึงจำเป็นที่จะต้องใช้แอพแปลภาษามาช่วยในการสื่อสาร
- สวัสดี – გამარჯობა Gamarjoba (กา-มา-จอร์-บะ)
- ขอบคุณ – გმადლობთ Madloba (มัด-โล-บะ)
5. เวลาและฤดูกาลต่างๆ
เวลาในประเทศจอร์เจียจะใช้ Time Zone GMT+4 ซึ่งเร็วกว่าที่ประเทศไทย 3 ชั่วโมง และประเทศนี้มีอยู่ 4 ฤดูด้วยกัน แต่ละฤดูสวยไม่เหมือนกัน สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับว่าอยากจะได้บรรยากาศแบบไหน

ฤดูร้อน: ปลายมิถุนายน – ต้นกันยายน ช่วง High Season เหมาะสำหรับการเดิน Hiking ตามภูเขาหรือการเที่ยวเมืองชายฝั่งทะเล Black Sea
ฤดูใบไม้ร่วง: ปลายกันยายน – ตุลาคม ฤดูการเก็บเกี่ยวองุ่นและการบ่มไวน์ และเป็นช่วงที่มี Event ต่างๆ อย่างถนนคนเดินที่ Shota Rustaveli ไปจนถึงเทศกาลดนตรี

ฤดูหนาว: พฤศจิกายน – มีนาคม ช่วง Low Season เหมาะสำหรับการเล่นสกี หรือสำหรับใครที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศหิมะฟูๆ ตามเมืองบนเขา
ฤดูใบไม้ผลิ: เมษายน – ต้นมิถุนายน ช่วงที่ดอกไม้เริ่มผลิบาน อากาศไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป เหมาะกับการ Hiking ไปจนถึงการเดินเที่ยวในเมือง
6. ศาสนาและวัฒนธรรม
ชาวจอร์เจียส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ (Eastern Orthodox) ไม่ว่าจะไปที่ไหน เมืองไหน ก็จะเจอกับโบสถ์ออร์ทอดอกซ์ที่บางโบสถ์เก่าแก่อายุกว่าพันปี การเข้าไปชมภายในโบสถ์ผู้หญิงจะต้องใช้ผ้าคลุมผมตามหลักศาสนา และแต่งกายเรียบร้อย

คนจอร์เจียส่วนใหญ่จะไม่ค่อยยิ้ม อาจจะเป็น Culture Shock อย่างนึงที่คนไทยจะไม่ค่อยคุ้นเคย แต่บอกได้เลยว่าคนในชนบทที่นี่ใจดีมาก
7. อาหารการกิน
อาหารหลักๆ โดยทั่วไปในประเทศจอร์เจียที่หาทานได้ทุกที่ก็คือขนมปังหรือที่เรียกว่า “คาจาปูรี (Kachapuri)” ซึ่งคาจาปูรีก็จะมีด้วยกันหลายแบบและมีหลายชื่อเรียก แถมหน้าตาและส่วนผสมบางอย่างก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับต้นกำเนิดของภูมิภาคต่างๆ ในประเทศจอร์เจียนั่นเอง คาจาปูรีที่เห็นตามร้านอาหารก็จะเป็น Adjarian ขนมปังรูปเรือที่มีไข่และชีสอยู่ตรงกลาง ซึ่งจะต้องคนให้เข้ากันก่อนทาน หรือจะเป็น Imeretian และ Megrelian ที่คล้ายกับพิซซ่าชีสนั่นเอง

อาหารขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือ “คินคาลี (Khinkali)” อาหารที่ลักษณะเหมือนเสี่ยวหลงเปา รสชาติก็ใกล้เคียงกัน ภายในมีไส้เนื้อปรุงรสและมีไส้อื่นๆ เช่น เห็ด แต่คินคาลีจะมีขนาดใหญ่กว่าเสี่ยวหลงเปา
นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารอื่นๆ อีกมากมาย เช่น สตูว์ถั่ว Lobio ข้าวและเนื้อปรุงรสห่อใบองุ่น Tolma ราดด้วยโยเกิร์ต ไปจนถึงซุป Kharcho ซึ่งอาหารท้องถิ่นแท้ๆ หลายอย่างไม่สามารถหาทานได้ที่ร้านอาหาร แต่ต้องเป็น Guesthouse ในชนบทเท่านั้น และส่วนใหญ่จะเป็นถั่วและผักล้วนๆ

ในทุกๆ มื้อไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า เที่ยงหรือเย็น คนจอร์เจียจะชอบทานแตงกวาและมะเขือเทศฝานเป็นชิ้นสดๆ หรืออาจทำเป็นสลัดคลุกกับซอสวอลนัท (Tomato and Cucumber Salad with Walnut) อีกหนึ่งเมนูที่แนะนำให้ต้องลอง

ที่ไม่พูดถึงเลยไม่ได้ก็คือไวน์ ไวน์เป็นชีวิตจิตใจของคนจอร์เจีย ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทุกแห่งหนในราคาที่ต้องตกใจ เพราะถูกถึงขั้นที่กำเงิน 100 กว่าบาทก็ได้กินแล้ว มีทั้งแบบที่ขายตามร้านค้าและแบบโฮมเมดบรรจุขวดขายกันตามถนนเลย เมื่อมีไวน์แล้วก็ต้องมีไอติมไวน์ (Wine Icecream) ที่มีขายแทบทุกซอกทุกมุมในทบิลิซี
8. การเดินทางในเมืองและระหว่างเมือง
ภาพรวมการเดินทางในประเทศจอร์เจีย หากเป็นการเดินทางในเมืองถือว่าค่อนข้างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถเมล์หรือการเรียกแท็กซี่ผ่าน Bolt แต่หากเป็นการเดินทางระหว่างเมือง โดยเฉพาะการไปยังเมืองบนเขาหรือหมู่บ้านห่างไกลต่างๆ ก็ค่อนข้างท้าทายอยู่พอสมควร
การเดินทางในทบิลิซีและในเมืองใหญ่:
- Taxi ที่นี่จะใช้แอพ Bolt ซึ่งคล้ายๆ กับ Grab ที่ไทย แถมราคาค่อนข้างถูก
- Bus เป็นการเดินทางสาธารณะที่สะดวกที่สุดและครอบคลุมทั้งเมือง โดยมีค่าโดยสารราคาเดียวคือ 1 ลารี (ประมาณ 13 บาท) แต่ในบางเมืองก็จะถูกกว่า
- Metro มีเฉพาะในทบิลิซี สะดวกแต่ยังมีสถานีไม่ค่อยเยอะมาก ราคาเดียวเหมือนกับรถเมล์ก็คือ 1 ลารี
การใช้ Bus หรือ Metro ที่นี่จะต้องซื้อบัตร Metro Money ซึ่งจะเป็นแบบเติมเงิน สามารถหาซื้อได้ที่หน้าสถานี Metro ในราคา 2 ลารี และตู้เติมเงินจะมีเกือบๆ ทุกแห่งตามถนนในเมือง เรียกได้ว่าสะดวกมากๆ บัตรนี้ยังสามารถใช้ได้กับรถเมล์ในเมืองบาทูมีด้วย

การเดินทางระหว่างเมือง:
- หากเป็นรถสาธารณะก็จะมีรถตู้หรือที่นี่เรียกกันว่า “Marshrutka” จากทบิลิซีสามารถขึ้นได้ที่ Didube Bus Terminal
- การเดินทางด้วยรถไฟ สะดวกสบาย เส้นทางครอบคลุมเมืองใหญ่หลายเมือง เช่น Kutaisi หรือ Batumi สามารถซื้อตั๋วออนไลน์ผ่านทาง 12Go หรือ TKT.GE
- Private Transfer แท็กซี่ระหว่างเมืองกับ GoTrip ราคาถูกกว่าแบบ Private Tour สามารถจองผ่านเว็บไซต์ ข้อดีคือสามารถแวะสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางได้โดยไม่จำกัดเวลา เหมาะสำหรับคนที่อยากได้แบบส่วนตัวและประหยัดค่าเดินทางด้วย
- Private Tour แบบเหมาเป็นวันหรือเหมาทั้งทริปเที่ยวทั่วประเทศ ราคาก็จะแพงหน่อย เหมาะสำหรับการเดินทางหลายคนหรือมาเป็นกลุ่ม
- เช่ารถขับเอง สำหรับคนที่อยากท่องเที่ยวแนว Roadtrip แนะนำให้เช่าผ่าน Local Rent ซึ่งสามารถเลือกจุดรับ-คืนรถได้จากที่พักในทบิลิซีไปจนถึงการรับ-คืนรถต่างเมืองก็ยังได้

9. ที่พักในเมืองต่างๆ
การจองที่พักในจอร์เจียสามารถจองได้ผ่าน Booking.com ซึ่งมีตัวเลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อพาร์ทเมนท์ ไปจนถึงที่พักแบบเกสต์เฮาส์ในเมืองต่างๆ ไปจนถึงหมู่บ้านในชนบท

Tbilisi – ใครมาเที่ยวจอร์เจียครั้งแรกแนะนำให้พักใกล้กับ Freedom Square หรือย่านเมืองเก่าอย่าง Meidan Square และ Abanotubani สามารถเดินถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้หลายแห่งในทบิลิซี
ที่พักแนะนำใน Tbilisi
- Artists Residence in Tbilisi (Rating 9.3)
- Abanotubani Boutique Hotel (Rating 9.1)
- Khedi Hotel by Ginza Project (Rating 9.3)
- Hotel Tiflisi Inn (Rating 9.5)
- Matiane Boutique Hotel (Rating 9.2)
- Hotel Solo (Rating 8.8)

Gudauri – ที่พักส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณสกีรีสอร์ท ใกล้กับ Gondola Lift จะมีให้เลือกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะอพาร์ทเมนต์
ที่พักแนะนำใน Gudauri
- Winterfell in New Gudauri (Rating 9.8)
- Twins Apartment Deluxe, New Gudauri (Rating 9.4)
- Zen Apartments Gudauri (Rating 9.3)
- New Gudauri Apartments in Atrium (Rating 8.3)
- Monte Hotel (Rating 9.2)
- Residence Gudauri Hills (Rating 8.4)
- Skio (Rating 9.2)

Batumi – ที่พักหลักๆ จะมีย่านเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยตึกสไตล์ยุโรปสีสันสวยงาม และอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว ส่วนอีกย่านจะเป็นที่พักโซนติดหาดบาทูมีที่สามารถมองเห็นวิวทะเล Black Sea
ที่พักแนะนำใน Batumi
- Deluxe Aparthotel In Orbi City Batumi (Rating 9.3)
- Orbi Beach 33 floor with great view (Rating 10.0)
- The SPOT apartments – Orbi Beach Tower (Rating 9.3)
- West Apart Hotel (Rating 9.2)
- Boulevard Hotel Batumi (Rating 9.0)
- Kinotel (Rating 8.8)

Mestia – สำหรับใครที่มาเที่ยวด้วยรถสาธารณะแนะนำให้พักใจกลางเมืองเมสเทีย อยู่ใกล้กับร้านอาหารและมินิมาร์ท แต่หากมาเที่ยวแบบ Private Transfer อาจจะเลือกพักนอกเมืองที่เน้นวิวเป็นหลักได้
ที่พักแนะนำใน Mestia
- WinterFell Mestia (Rating 9.2)
- Sanli (Rating 9.4)
- Hotel Mansarda Mestia (Rating 8.9)
- Chalet Mestia
- Hotel Svaneti (Rating 7.8)
10. สถานที่ท่องเที่ยวในจอร์เจีย
จอร์เจียเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ตั้งแต่เมืองเก่าแก่ ไปจนถึงธรรมชาติอย่างภูเขาและทะเล แถมแต่ละฤดูบอกเลยว่าสวยไม่เหมือนกัน เมืองท่องเที่ยวหลักๆ ที่มาจอร์เจียแล้วต้องห้ามพลาดก็คือ
- ทบิลิซี (Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศจอร์เจียและเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ที่นี่ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 บ้านเมือง ถนนหนทาง และโบสถ์ก็จะเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ผสมผสานจากยุโรปและโซเวียต
- กูเดาริ (Gudauri) เมืองสกีรีสอร์ทชื่อดังของประเทศจอร์เจียที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาคอเคซัส เหมาะสำหรับใครที่ชอบเล่นสกีหรืออยากมาเจอบรรยากาศหิมะฟูๆ การเดินทางด้วยรถยนต์จากทบิลิซีใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง
- บาทูมี (Batumi) เมืองชายฝั่งที่อยู่ติดกับทะเลดำ Black Sea ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจอร์เจีย บาทูมีเป็นเมืองที่รู้จักกันในชื่อ Las Vegas of the Black Sea เมืองแห่งแสงสีและตึกสูงระฟ้า หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม
- เมสเทีย (Mestia) สำหรับสายภูเขาหรือสายเดินป่า หากมาจอร์เจียแล้วไม่มาเมสเทียก็คงเหมือนกับมาไม่ถึง เมืองท่ามกลางหุบเขาคอเคซัสที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือในภูมิภาค Svaneti ที่นี่มีหอคอยเก่าแก่ Svan Towers และมีเส้นทางเดินเขาที่สวยงามมากมาย

TBILISI

GUDAURI

BATUMI

MESTIA
นอกจากนี้ก็ยังมีเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ อย่างเมืองหลวงเก่า Mtskheta หรือเมืองบนเขา Kazbegi (Stepantsminda) เมือง Gori บ้านเกิดของโจเซฟ สตาลิน ไปจนถึง Kutaisi หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย
รวมแอพและเว็บไซต์ใช้บ่อยในจอร์เจีย
จองที่พัก:
- Booking.com สำหรับจองโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์
- Airbnb สำหรับจองอพาร์ทเมนต์
การเดินทาง:
- GoTrip สำหรับจองรถแท็กซี่ระหว่างเมือง
- Bolt สำหรับเรียกรถแท็กซี่ในเมือง
- 12Go สำหรับจองรถไฟ
- Local Rent สำหรับเช่ารถ
แผนที่:
- Google Maps สำหรับดูแผนที่และการเดินทางสาธารณะ
- MAPS.ME สำหรับดูเส้นทางการเดินเขา
สั่งอาหารเดลิเวอรี:
- Glovo สำหรับสั่งอาหารเดลิเวอรีในเมืองใหญ่ต่างๆ (ต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์จอร์เจียในการลงทะเบียน)
และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลเบื้องต้นสำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวประเทศจอร์เจีย ประเทศเล็กๆ แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย บอกได้เลยว่าจอร์เจียจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:
