เดินป่า Trekking 4 วันจาก Mestia สู่ Ushguli หมู่บ้านมรดกโลกที่สูงสุดในยุโรป

นอกจากการเดิน Hiking แบบหนึ่งวันจากเมสเทียไปทะเลสาบอัลไพน์ Koruldi Lakes แล้ว อีกหนึ่งเทรลยอดนิยมของนักเดินเขาทั้งหลายที่มาเยือนเมสเทียก็คือการเดิน Trekking บนเส้นทาง Mestia-Ushguli

Ushguli หมู่บ้านมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในเขต Svaneti ประเทศจอร์เจีย ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่สูงที่สุดในยุโรปที่มีผู้คนอาศัยกันอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่เรียกได้ว่าอยู่ห่างไกลที่สุดอีกด้วย [อ่านรีวิวที่เที่ยวใน Ushguli]

การเดินทางจากเมสเทียไปยัง Ushguli มีหลายวิธี ตั้งแต่การนั่ง Marshurtka แบบ One-day Tour กับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ จาก Bus Station ในราคาคนละ 50 ลารี ไปจนถึงการเหมา Taxi ส่วนตัว แต่สำหรับสายเดินป่าแล้ว การเดิน Trekking จากเมสเทียไปยัง Ushguli ก็เป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ และอาจเป็นเป้าหมายของการมาเยือนเมืองเมสเทียด้วยซ้ำไป แถมยังเป็นกิจกรรมที่ท้าทาย พร้อมได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติในแบบที่ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน

ระหว่างทางจากหมู่บ้าน Chvabini ไป Adishi
วางแผนเที่ยว Georgia
  • จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guesthouse ในต่างเมือง
  • เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
  • เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
  • ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ

หากเดินทางด้วยรถยนต์จากเมสเทียไป Ushguli มีระยะทาง 46.6 กิโลเมตร ใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมง แต่หากเดินไปเราจะใช้เวลาเดินกัน 2-4 วัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว นักท่องเที่ยวก็จะเดินกัน 4 วันตามเทรลขึ้นเขา เดินป่า ข้ามแม่น้ำ ชมนกชมไม้ ชมวิวระหว่างทางกับบรรยากาศท่ามกลางคอเคซัสที่สวยจนลืมเหนื่อย

หมู่บ้าน Adishi

ค่ำที่ไหนก็นอน Guesthouse ในหมู่บ้านนั้น หรือใครอยากจะเอาเต็นท์ไปกางนอนฟีล Off-the-grid แบบหนีเมืองไปอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริงก็ยังได้

จะโหดขนาดไหน? ก่อนไปต้องรู้อะไรบ้าง? ต้องเตรียมตัวอย่างไร? ตามไปดูด้วยกันเลย

Contents:

ภาพรวมเส้นทาง Mestia-Ushguli

การเดินเทรล Mestia-Ushguli โดยเริ่มจากที่พักในหมู่บ้านเมสเทียไปจนถึงหมู่บ้าน Ushguli มีระยะทางรวม 56.9 กิโลเมตร ซึ่งการเดินจะแบ่งออกเป็น 4 วัน ความสูงสูงสุด (Max Elevation) 2,737 เมตร และต่ำสุด (Min Elevation) 1,411 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความชันสะสมขึ้น 3,106 เมตร และลง 2,102 เมตร

ข้อมูลจาก MAPS.ME และ Caucasus-Trekking
  • ระดับความยาก: ปานกลาง/ยาก
  • ระยะทางรวม: 56.9 กิโลเมตร
  • ประเภทเทรล: One-way
  • เวลาเดิน: 4 วัน
  • Max/Min elevation: 2737m/1411m
  • Total ascent/descent: 3106m/2102m

ระดับความยากของเทรลนี้ด้วยระยะทางและความชันคือปานกลางถึงยาก บวกกับการเดินต่อเนื่อง 4 วันเต็มๆ ดังนั้นคนที่จะเดินอาจจะต้องเคยเดิน Hiking มาแล้วบ้าง และพอมี Fitness หรือความอึดระดับนึง แต่ไม่จำเป็นต้องถึงขั้น Expert ก็สามารถเดินเทรลนี้ได้ โดยเทรลวันแรกและวันสุดท้ายจะค่อนข้างง่าย ที่โหดคือวันที่ 2 และ 3 ทั้งระยะทางและความชัน แต่เป็นสองวันที่วิวระหว่างทางคือ Highlight ของการเดินทั้ง 4 วัน สวยหยุดลมหายใจในแบบที่คุ้มเหนื่อย

แล้วเดิน 4 วันต้องนอนที่ไหน? เพราะเส้นทางนี้เป็นการเดินผ่านหมู่บ้านระหว่างทางไปเรื่อยๆ เลยสบายหน่อย เพราะแต่ละหมู่บ้านก็จะมี Guesthouse ให้เลือกพัก ถึงแม้จะไม่ได้เยอะอะไรมากมาย แต่ก็เพียงพอที่จะให้เราได้กินอิ่มนอนหลับ เพื่อเดินต่อในวันถัดไปได้

ส่วนคนที่อยากผจญภัยแบบสุดก็สามารถกางเต็นท์แคมป์ปิง นอนกลางดินกินกลางทรายกับธรรมชาติที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาคอเคซัส ซึ่งระหว่างทางก็จะมีจุดสำหรับกางเต็นท์

เดือนไหนเหมาะสำหรับการ Trekking?

ฤดูการของการเดิน Trekking ก็คือตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนไปจนถึงถึงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งก็จะเป็นช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในประเทศจอร์เจีย

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่คนนิยมเดินเส้นทางนี้ก็คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมหรือฤดูร้อนนั่นเอง ในช่วงนี้ก็จะได้บรรยากาศของต้นไม้ที่เขียวขจี มองไปทางไหนก็มีแต่ดอกไม้หลากสีที่บานสะพรั่งไปหมด และยอดเขาที่บางส่วนยังถูกปกคลุมด้วยหิมะ อากาศเย็นสบายไปจนถึงร้อน และบางวันอาจเจอฝน

ใครที่จะมาเดินช่วงนี้ก็จะเจอเพื่อนระหว่างทางเยอะหน่อย และต้องจองล่วงหน้าสำหรับใครที่จะพักตาม Guesthouse ซึ่งบางหมู่บ้านมีตัวเลือกน้อยมาก

อีกช่วงถัดจากฤดูร้อนก็คือเดือนตุลาคมที่เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็จะได้บรรยากาศ Autumn กับใบไม้สีเขียวส้มแดง แต่วันจะสั้นกว่าและอากาศก็จะเย็นกว่า แถมในช่วงปลายเดือนอาจจะเจอกับหิมะแรกอีกด้วย

ก่อนเดินต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนจะไปเดิน Trekking กันแบบ Multi-Day ก็จะมีสิ่งที่ต้องเตรียมกันอยู่พอสมควร แต่ส่วนใหญ่ก็จะคล้ายกับ Day Hiking ทั่วๆ ไป

  • ดาวน์โหลดแผนที่เทรลแบบ Offline และแอพ MAPS.ME
  • แนะนำให้จองที่พักล่วงหน้าบน Booking.com สำหรับใครที่จะมาเดินในช่วงฤดูร้อน ซึ่งที่พักส่วนใหญ่จะเป็น Guesthouse แบบ Shared Bathroom มีน้อยมากที่จะเป็น Private Bathroom และเต็มค่อนข้างเร็ว [อ่านรีวิวที่พักระหว่างเทรล Mestia-Ushguli]
  • เสบียงอาหารและน้ำดื่ม มื้อเที่ยงของทุกวันเราจะอยู่ไม่ในป่าก็บนเขา หรือข้างแม่น้ำ ไม่มีร้านอาหารระหว่างทางแน่นอน ส่วนอาหารสำหรับมื้อเย็นและมื้อเช้า Guesthouse ส่วนใหญ่ก็จะมีให้บริการในราคา 25-30 ลารีต่อมื้อ
  • เช็คสภาพอากาศวันที่จะไปก่อน ถ้าไปในวันฝนตกคงไม่สนุกและอาจเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ควรดูอุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุดของแต่ละวัน จะได้เตรียมเสื้อผ้าถูก
  • การแต่งกายก็เหมือนการเดินป่าทั่วๆ ไป ทะมัดทะแมงและมีน้ำหนักเบา ในช่วงฤดูร้อนอากาศค่อนข้างร้อน เทรลมีครบทั้งบุกหญ้า ลุยโคลน ข้ามแม่น้ำ หรือเดินตามธารน้ำ แนะนำพกเสื้อกันลม/เสื้อกันหนาว ถุงเท้า เผื่ออากาศเย็นในช่วงกลางคืนด้วย
  • รองเท้า ใครมีรองเท้าเดินป่าแบบกันน้ำไปเดินก็สบาย หรือจะเป็นรองเท้าผ้าใบธรรมดาก็ได้เหมือนกัน แต่อาจจะเปียกในบางเทรลที่ต้องลุยโคลนลุยน้ำ
  • หมวก แว่นตากันแดดและครีมกันแดด เนื่องจากจะใช้เวลาเดินกลางแดดแทบจะตลอดเวลาใน 4 วัน
  • ยาสามัญทั่วไป ยาแก้ปวด/ไข้ ยาแก้ท้องเสีย ยาดม ยาฆ่าเชื่อสำหรับทาแผล พลาสเตอร์ปิดแผล สเปรย์กันยุง และยาประจำตัวอื่นๆ ที่ต้องมี
  • เสื้อกันฝน เผื่อไว้ก่อน หาซื้อได้ตามร้านขายของ (Market) ใน Mestia
  • อุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ เช่น ไฟแช็ก มีด แบตเตอรี่สำรอง สายชาร์จ

วันที่ 1 เส้นทาง Mestia – Chvabiani

ระยะทาง 15.0 กิโลเมตร ↑688m ↓478m

เช้าวันแรกเราเริ่มเดินจากที่พักในเมสเทียตอน 10 โมงเช้า ลัดเลาะซอยหลัง Guesthouse และข้ามสะพาน (แม่น้ำ) ก็จะเจอกับทางแยกที่มีป้ายบอกเทรลให้ไปด้านซ้าย ส่วนด้านขวาจะเป็นทางเดินไปขึ้น Hatsvali Cable Car

ระหว่างทางเดินจากหมู่บ้านเมสเทีย

หลังจากเดินผ่านหมู่บ้านมาเรื่อยๆ ก็จะเจอเทรลที่เริ่มเป็นทางลูกรัง ซึ่งเราจะผ่านโซนก่อสร้างที่ไม่รู้ว่ายังสร้างอยู่รึเปล่า เดินทะลุป่าสนมาเรื่อยๆ บรรยากาศดีมาก

จุดทางแยกขึ้นเขา (เข้าป่า)

เรามาเดินในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นซีซันของการเดิน Trekking ของเส้นทางนี้ เจอเพื่อนร่วมทางเยอะมากโดยเฉพาะจุดเริ่มเทรล และเจอประปรายตลอดทาง แบบนี้ไม่ต้องกลัวหลงเลย

วิวระหว่างทางไปหมู่บ้าน Chvabiani/Zhabeshi

เดินมาราวชั่วโมงครึ่งก็จะถึงป้ายบอกเทรล ซึ่งเหลือระยะทางอีก 10.6 กิโลเมตรถึงหมู่บ้าน Zhabeshi โดยจากนี้จะเป็นเทรลที่มีความชันรัวๆ ต้องเดินทะลุป่าเกือบทึบและบางส่วนเป็นทางน้ำไหล

ป้ายบอกระยะทางและเวลาเดินของเทรล

ตามเทรลมาได้สักพักก็จะถึง View Point ที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านด้านล่าง มีร้านกางเต็นท์ขายเครื่องดื่ม กาแฟ น้ำอัดลมและเบียร์ หลายๆ คนจะหยุดพักกันตรงนี้ก่อนเดินลงไปยังหมู่บ้าน Chvabiani และ Zhabeshi

ระหว่างทางก่อนถึง View Point

หลังจาก View Point จะมีทางแยกไปเทรลบน ซึ่งจะอ้อมไป Lakhiri หมู่บ้านเก่าแก่ในภูมิภาค Svanetia ส่วนเราเลือกเทรลล่าง (Classic Trail) แบบไม่คิดนาน

พอลงเขามาแล้ว จะเป็นทางเดินสบายๆ ลัดเลาะผ่านหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งจะได้เห็นบ้านจอร์เจียนที่ล้อมรอบไปด้วยหอคอย Svan Towers ที่เก่าแก่และสวยงาม

ที่พัก Maia’s Guest House ในหมู่บ้าน Chvabiani

และเราก็มาถึงที่พักในหมู่บ้าน Chvabiani ราว 4 โมงเย็น ใช้เวลาในการเดินรวม 6 ชั่วโมงสำหรับการ Trekking ในวันแรก

Chvabiani เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ก่อนถึงหมู่บ้าน Zhabeshi จุดหมายปลายทางของคนส่วนใหญ่ ซึ่งมีตัวเลือกที่พักมากกว่า แต่เราเลือกพักที่ Maia’s Guest House ใน Chvabiani ที่พักใหม่ สะอาด และเงียบสงบ แถมได้กินอาหารจอร์เจียนแบบโฮมเมดแท้ๆ อีกด้วย [อ่านรีวิวที่พักเพิ่มเติม]

ที่พักแนะนำใน Chvabiani และ Zhabeshi

ภาพรวมการเดินในวันแรกจากหมู่บ้าน Mestia ไปยังหมู่บ้าน Chvabiani ใช้เวลาเดิน 6 ชั่วโมง ถือว่ายังไม่หนักมาก เดินข้ามเขาทะลุป่านิดหน่อย ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าโล่งๆ ตามไหล่เขา วิวระหว่างสวยแบบเบาๆ

วันที่ 2 เส้นทาง ChvabianiAdishi

ระยะทาง 10.6 กิโลเมตร ↑909m ↓527m

วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใสมาก เราออกจาก Guesthouse ในหมู่บ้าน Chvabiani ราว 9 โมงกว่าๆ หลังจากที่เติมพลังด้วยอาหารเช้าจอร์เจียนแบบโฮมเมดจากคุณป้าเจ้าของที่พัก

ทางเดินจากหมู่บ้าน Chvabiani

จากที่พักในหมู่บ้าน Chvabiani สามารถเดินทะลุหมู่บ้านเพื่อไปเชื่อมต่อกับเทรลหลักได้เลย จริงๆ เราว่าพักที่นี่ก็ดีเหมือนกัน เพราะนอกจากจะเงียบสงบแล้ว ยังสามารถเดินไปเชื่อมกับเทรลได้ง่าย ไม่ต้องอ้อมไปหมู่บ้าน Zhabeshi

ทางเดินจากหมู่บ้าน Chvabiani เพื่อไปเชื่อมเทรลหลัก

โดยทางเดินจาก Chvabiani จะเป็นเนินที่ค่อยๆ ชันขึ้น และจะไปเจอจุดเชื่อมเทรลหลักกับคนอื่นที่เดินมาจากหมู่บ้าน Zhabeshi ซึ่งเราคิดว่าแอบชันกว่าและเดินยากกว่า

ทางเดินจากหมู่บ้าน Chvabiani เพื่อไปเชื่อมเทรลหลัก

หลังจากที่เชื่อมกับเทรลหลักก็จะเจอกับเพื่อนร่วมทางที่มาจากหมู่บ้าน Zhabeshi เยอะมาก ทางเดินในช่วงนี้ไปก็จะเป็นการเดินขึ้นเขาที่ชันแบบรัวๆ เป็นเทรลทุ่งหญ้ากลางแดดเกือบ 30 องศาเซลเซียส

วิวระหว่างทางไปหมู่บ้าน Adishi

เดินมาร่วมชั่วโมงกว่าๆ ก็จะเจอเทรลที่ชันขึ้นและเดินยากขึ้นมาก เพราะจะเป็นการเดินบนทางน้ำที่ไหลลงมาจากยอดเขาด้านบนที่ค่อนข้างแคบ และแน่นอนว่าเท้าเปียก เพราะเราใส่รองเท้าผ้าใบ ฟีลช่วงนี้เหมือนเข้าด่านค่ายลูกเสือไปเลย

ระยะนี้ใช้เวลาเกือบชั่วโมง ก่อนที่จะมาโผล่บนถนนที่มีคาเฟ่ Zubu Restaurant ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส และอยู่ติดกับ Tetnulti Ski Lift Line

Zubu Restaurant และที่พักติดกับ Tetnulti Ski Lift Line

ที่นี่เป็นจุดแวะพักจิบกาแฟของเทรลวันนี้ แต่บอกก่อนว่าจะมีแค่กาแฟและเครื่องดื่มขายเพราะเป็นช่วง Off-Season ของการเล่นสกีและ Ski Lift ก็ปิดทั้งหมด

วิวระหว่างทางตาม Tetnulti Ski Lift Line

ถัดจากคาเฟ่ เทรลก็จะเป็นการเดินบนทุ่งดอกไม้กับวิวที่ล้อมรอบไปด้วยคอเคซัสทั้งหมด บอกเลยว่าเป็นวันที่เทรลสวยมาก และเป็นหนึ่งใน Highlight ของทั้ง 4 วัน

นอกจากทุ่งดอกไม้แล้วก็จะมีเดินเข้าป่านิดหน่อย และข้ามน้ำตกแบบเบาๆ ก่อนจะกลับมาโผล่บนทุ่งดอกไม้อีก

ทางเดินช่วงก่อนถึงหมู่บ้าน Adishi

และแล้วเราก็เห็นหมู่บ้าน Adishi ที่อยู่แค่เอื้อมมือ ซึ่งจากคาเฟ่มาถึง View Point ตรงนี้ใช้เวลาเดินราว 3 ชั่วโมงกว่า

จุดชมวิวหมู่บ้าน Adishi

Adishi เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน Highland ที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค Svaneti ของประเทศจอร์เจีย ที่นี่อยู่สูงกว่าระดับน้ำะเลถึง 2,040 เมตร ขนาดของหมู่บ้านค่อนข้างเล็ก มีคนอาศัยอยู่ไม่ถึง 50 คน (ข้อมูลปี 2014) และเดาว่าทุกคนที่นี่น่าจะรู้จักกันหมด

Guesthouse ในหมู่บ้าน Adishi มีให้เลือกน้อยมาก แต่ทำให้ได้บรรยากาศชนบทที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง แถมเริ่มรู้สึก Remote ห่างออกจากโลกภายนอกอีกด้วย เพราะไม่ได้อยู่ติดกับถนนสายหลัก

หมู่บ้าน Adishi

คืนนี้เราเลือกพักที่ Koba Qaldani’s Guest House ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านเลย ที่พักเล็กๆ แบบบ้านๆ ของชาวบ้านที่ให้บรรยากาศ Local สุดๆ [อ่านรีวิวที่พักเพิ่มเติม]

ที่พักแนะนำใน Adishi

ภาพรวมการเดินในวันที่ 2 จากหมู่บ้าน Chvabiani มายังหมู่บ้าน Aidshi เป็นเทรลที่สวยมากๆ เดินบนทุ่งดอกไม้หลากสีในฤดูร้อนท่ามกลางวิวคอเคซัส ใช้เวลาเดินรวมทั้งหมด 7 ชั่วโมง และเทรลมีความชันมากกว่าวันแรก

วันที่ 3 เส้นทาง Adishi – Lalkhori

ระยะทาง 18.7 กิโลเมตร ↑860m ↓1069m

วันที่โหดที่สุดในการเดิน 4 วันด้วยระยะทางเกือบ 20 กิโลเมตร และมีความชันหนักกว่าวันอื่นๆ แต่ก็เป็นวันที่เรียกได้ว่าเป็น Highlight ที่สุดของเส้นทาง Trekking จากหมู่บ้าน Mestia ไปยังหมู่บ้าน Ushguli กันเลย

หมู่บ้าน Adishi

เราออกเดินทางจากหมู่บ้าน Adishi เกือบ 10 โมง จริงๆ ตั้งใจจะออกเช้ากว่านี้ แต่ที่ Guesthouse เสิร์ฟอาหารเช้าตอน 9 โมง ก็เลยต้องรีบกินรีบออก เพราะช่วงเช้าฟ้ากำลังใส แถมอากาศยังไม่ร้อนมากอีกด้วย

หมู่บ้าน Adishi และแม่น้ำที่อยู่ด้านหลัง

ทางเดินจากหมู่บ้าน Adishi จะเป็นเทรลทุ่งหญ้าและดอกไม้ป่า เลียบตามแม่น้ำไปเรื่อยๆ ซึ่งจะอยู่ด้านขวามือ

ระหว่างทางจากหมูบ้าน Adishi ไปหมู่บ้าน Lalkhori

สิ่งที่ท้าทายสำหรับเทรลในวันนี้ก็คือเราต้องข้ามแม่น้ำ Adishchala หลังจากเดินจากหมู่บ้านมาได้ราว 2 ชั่วโมง ซึ่งทางเลือกในการข้ามแม่น้ำนั้นมีอยู่ 2 วิธี ก็คือเดินลุยข้ามเองหรือการขี่ม้าข้าม

การเดินข้ามเองสามารถทำได้ในกรณีที่น้ำน้อยและไม่ไหลเชี่ยวจนเกินไป แต่วันนี้น้ำค่อนข้างเยอะและแรงพอสมควร เราจึงเลือกข้ามด้วยการขี่ม้าของชาวบ้านที่มารอข้ามจากหมู่บ้าน Adishi โดยเสียค่าข้ามคนละ 25 ลารี หรือราวๆ 300 กว่าบาท และการข้ามนั้นใช้เวลาแค่ไม่ถึงนาที

การข้ามแม่น้ำ Adishchala ด้วยม้า

วิวตรงนี้คือ Highlight ของการเดินเทรลวันนี้กันเลย ภูเขาน้ำแข็งหรือ Adishi Glacier ขนาดยักษ์ที่กำลังค่อยๆ ละลายแล้วไหลลงมาในแม่น้ำ Adishchala ที่เย็นยะเยือก ที่สำคัญคือสถานที่แห่งนี้รถเข้าไม่ถึง ไม่มีถนน ถ้าไม่ขี่ม้ามาก็ต้องเดินมาเท่านั้น

แม่น้ำ Adishchala

หลังจากที่ข้ามแม่น้ำมา เทรลต่อจากนี้ก็จะเป็นการขึ้นเขาเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งเทรลไม่ง่ายเท่าไหร่นักเพราะต้องเดินลุยป่าที่ค่อนข้างรก แถมพื้นแฉะเป็นโคลนและยังเป็นทางน้ำไหลอีกด้วย แต่วิวระหว่างทางคงไม่ต้องบรรยาย บอกเลยว่าสวยหยุดทุกลมหายใจ

Aidishi Glacier ระหว่างทางไปหมู่บ้าน Lalkhori

ยิ่งเดินลัดเลาะขึ้นเขาไปมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเข้าใกล้ Glacier มากเท่านั้น ซึ่งระหว่างที่เดินก็จะได้ยินเสียงหิมะถล่มอยู่เป็นระลอก เสียงดังน่ากลัวเหมือนเหมือนกับเสียงฟ้าผ่าและสามารถมองเห็นละอองหิมะกระจายฟุ้งอยู่ไกลๆ

Glacier ยักษ์ระหว่างทางไปหมู่บ้าน Iprali/Lalkhori

หลังจากที่เดินผ่าน Glacier มาแล้วก็จะเป็นการเดินขึ้นเขาแบบชันรัวๆ เพื่อไปที่ Chkhunderi Pass จุดข้ามเขาที่สูงถึง 2,655 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งจากแม่น้ำ Adishchala เราใช้เวลาเดินราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึงจุดข้ามเขา เทรลหลังจากนี้ไปก็จะเป็นการเดินลงเขายาวๆ เพื่อจะไปยังหมู่บ้าน Iprali และ Lalkhori

เดินจาก Chkhunderi Pass มาสองชั่วโมงกว่า ก็จะเจอหมู่บ้านแรกที่มีชื่อว่า Khalde หมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งพอมีที่พักและคาเฟ่ขายเครื่องดื่มอยู่นิดหน่อย

หมู่บ้าน Khalde

ถัดจาก Khalde เดินมาอีก 40 นาทีก็จะถึงหมู่บ้าน Iprali ปลายทางของหลายๆ คนที่เลือกพักที่นี่ แต่ที่พักของเราอยู่ในหมู่บ้าน Lalkhori ซึ่งต้องเดินต่อจาก Iprali ไปอีกราว 1.8 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่เหมือนไม่ไกล แต่เป็นการเดินลงที่ยาวนานมาก แถมเราเดินกันมาแล้วตั้งแต่เช้า 8 ชั่วโมง โชคดีที่เจอชาวบ้านใจดีขับรถกะป้อผ่านมาและอาสาพาไปส่ง แถมรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินอยู่ระหว่างทางด้วย

และในที่สุดก็หอบตัวเองมาถึงหมู่บ้าน Lalkhori ตอน 6 โมงเย็นนิดๆ คืนนี้เราเลือกพักที่ Guest House Robinzon เกสต์เฮาส์ที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน และอยู่ติดกับถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไป Ushguli [อ่านรีวิวที่พักเพิ่มเติม]

ที่พักแนะนำใน Iprali/Lalkhori

ภาพรวมการเดินในวันที่ 3 จากหมู่บ้าน Adishi ไปที่ Lalkhori ใช้เวลาเดินทั้งหมด 8 ชั่วโมงครึ่ง เป็นวันที่ท้าทายและมีความสมบุกสมบันครบทุกรส ไม่ว่าจะเป็นการเดินบนทุ่งดอกไม้ ข้ามแม่น้ำ ทะลุป่า ลุยโคลน ด้วยความชันทั้งขึ้นและลงแบบหนักๆ ในวันเดียวกัน บวกกับระยะทางที่มากกว่าทุกวัน แต่วันนี้ก็เป็นวันที่มีวิวระหว่างทางสวยที่สุดและยกให้เป็น Highlight ของเส้นทาง Trekking จาก Mestia สู่ Ushguli

วันที่ 4 เส้นทาง Lalkhori – Ushguli

ระยะทาง 12.4 กิโลเมตร ↑677m ↓436m

เช้าของการเดินวันสุดท้ายจากหมู่บ้าน Lalkhori ไป Ushguli หลังจากที่กินโฮมเมด Breakfast จากคุณป้าเจ้าของ Guesthouse พร้อมออกเดินทางราว 8 โมงครึ่ง

หมู่บ้าน Daveri

จาก Guest House Robinzon ซึ่งตั้งอยู่ติดกับถนนที่จะไป Ushguli เราจะเดินตามถนน แล้วเดินขึ้นทะลุหมู่บ้าน Daveri ไปอีกราว 20 นาที เพื่อเชื่อมกับเทรลหลัก

ระหว่างทางไปหมู่บ้าน Ushguli

เทรลของวันนี้ถ้าเทียบกับวันที่ผ่านมาก็ค่อนข้างง่าย ระยะทางไม่ไกล แถมความชันโดยรวมก็เบาๆ โดยจะเป็นการเดินเลาะไปตามไหล่เขา ขนานกับถนนสายหลักที่เชื่อม Mestia สู่หมู่บ้าน Ushguli

ใช้เวลาเดินบนเขาราว 3 ชั่วโมง เทรลก็จะมาโผล่บนถนนลูกรัง ฝุ่นคลุ้งๆ จากรถที่วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวไปกลับ Mestia – Ushguli ซึ่งจากตรงนี้ต้องเดินเลียบถนนไป ก่อนจะถึงหมู่บ้าน Chazhashi ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ก่อนถึง Ushguli

หมู่บ้าน Chazhashi

และในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านมรดกโลก Ushguli จุดหมายปลายทางสุดท้ายของการเดิน Trekking เส้นทาง Mestia – Ushguli ใช้เวลาเดินทั้งหมดจาก Lalkhori ราว 4 ชั่วโมงครึ่ง

หมู่บ้าน Ushguli

บอกเลยว่าบรรยากาศที่หมู่บ้าน Ushguli ค่อนข้างคึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้ามากันแบบ One-Day Tour จาก Mestia และเต็มไปด้วย Marshurtka

หมู่บ้าน Ushguli

คืนนี้เราเลือกพักที่ Ushguli Cabins ซึ่งเป็นที่พักที่ดีที่สุดของการเดินทั้ง 4 วัน Cabin ส่วนตัวบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวหมู่บ้าน Ushguli และ Shkhara ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศจอร์เจีย แถมราคาถูกจนตกใจ [อ่านรีวิวที่พักเพิ่มเติม]

ที่พักแนะนำใน Ushguli
  • Ushguli Cabins (Rating 8.7) – ที่พักที่เราเลือกในหมู่บ้าน Ushguli เป็น Cabin ส่วนตัวล้อมรอบด้วยวิวภูเขา เห็นวิวหมู่บ้าน Ushguli และยอดเขา Shkhara [อ่านรีวิวเพิ่มเติม]
  • Ushguli – XII CENTURY (Rating 9.1)
  • Mountain View – A-Frame Cabin Ushguli (Rating 7.8)
  • Guesthouse Divo Hut (Rating 8.5)

ภาพรวมการเดินวันที่ 4 จากหมู่บ้าน Lalkhori ไปที่ Ushguli เทรลระยะสั้นใช้เวลาเดิน 4 ชั่วโมงครึ่ง เดินบนทุ่งหญ้าสลับป่าที่ขนานกับถนนด้านล่าง ส่วนความชันถือว่าสบายมากเมื่อเทียบกับวันอื่นๆ


สรุปการเดิน Trekking เส้นทาง Mestia – Ushguli ทั้ง 4 วัน เรียกได้ว่ามีครบทุกรส วิวระหว่างทางสวยในแบบหยุดลมหายใจ โดยเฉพาะวันที่ 3 เป็นวันที่เหนื่อยที่สุดแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่รับรองว่าคุ้มเหนื่อย ภาพรวมไม่ได้ยากมาก Beginner ที่ถึกๆ หน่อยสามารถเดินได้ ไม่ต้องพกอุปกรณ์แคมป์ปิง แถมมี Guesthouse ให้นอนตามหมู่บ้านพร้อมอาหารจอร์เจียนแบบโฮมเมด

ใครที่มา Mestia แล้วพอมีเวลา ชอบธรรมชาติ และชอบเที่ยวแบบลำบาก แต่จะได้เห็นจอร์เจียในมุมอื่นที่แน่นอนว่านั่งรถเที่ยวแบบ Hop-On Hop-Off ไม่มีทางได้สัมผัส แนะนำให้ตามมาเดินเทรล Mestia – Ushguli แล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน

อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:

Back to top ↑