เมสเทีย (Mestia) เมืองที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาคอเคซัส แถมยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติมากมาย เมืองที่แน่นอนว่าเป็นสวรรค์ของนักเดินเขาจากทุกมุมโลก ใครที่มาถึงนี่แล้วก็ต้องออกไปสัมผัสการเดิน Hiking หรือ Trekking ท่ามกลางภูเขาน้ำแข็งและป่าสนในแบบลุยๆ กันสักครั้ง ไม่งั้นก็คงจะเหมือนกับมาไม่ถึงเมืองนี้
เส้นทางเดิน Hiking แบบ One-day Trip จากหมู่บ้าน Mestia ไปยังทะเลสาบอัลไพน์ Koruldi Lakes ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเส้นทาง “Classic Route” ของภูมิภาค Svaneti ที่ใครมาเยือนเมสเทียก็จะไปเดินกัน ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแต่วิวที่ได้ระหว่างทางรับรองว่าคุ้มกับความเหนื่อยแน่นอน

Koruldi Lakes เป็นกลุ่มทะเลสาบอัลไพน์ที่อยู่บริเวณเชิงเขาของ Mt. Ushba บนความสูง 2,740 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาคอเคซัสซึ่งบางส่วนยังถูกปกคลุมด้วยหิมะ แม้จะเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมที่เป็นฤดูร้อนแล้วก็ตาม
แต่ทะเลสาบกลับไม่ใช่ Highlight ของการเดิน ถึงแม้ว่าจะสวยงาม มองเห็นน้ำที่สะท้อนกับภูเขาหิมะ แต่วิวระหว่างทางนั้นกลับกลายมาเป็น Highlight ของการเดิน Hiking เส้นทางนี้ซะมากกว่า

บอกก่อนว่าการมายัง Koruldi Lakes นั้น นอกจากการเดิน Hiking จากหมู่บ้านเมสเทียขึ้นมาแล้ว ยังสามารถเดินทางขึ้นมาด้วยรถยนต์ แต่ต้องเป็นแบบ 4X4 off-road เท่านั้น เพราะความชันของที่นี่ไม่ธรรมดา
Contents:
- ภาพรวมเส้นทาง Mestia-Koruldi Lakes
- เดือนไหนเหมาะสำหรับการ Hiking?
- ก่อนเดินต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- รีวิวเส้นทางและจุดถ่ายรูป
วางแผนเที่ยว Georgia
- จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guest House ในต่างเมือง
- เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
- เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
- ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ
ภาพรวมเส้นทาง Mestia-Koruldi Lakes
เส้นทาง Mestia-Koruldi Lakes เริ่มต้นเดินจากหมู่บ้านเมสเทียไปจนถึงทะเลสาบ ระยะทางไปกลับ 21 กิโลเมตร ซึ่งครึ่งนึงเป็นเทรลขึ้นเขาและอีกครึ่งนึงเป็นถนนลูกรัง ความสูงสูงสุด (Max Elevation) 2,740 เมตร และต่ำสุด (Min Eleavation) 1,403 เมตรจากระดับน้ำทะเล ค่อนข้างโหดอยู่พอสมควรเพราะมีระดับความชันสะสมขึ้นและลงในวันเดียวกันถึง 1,459 เมตร

- ระดับความยาก: ปานกลาง/ยาก
- ระยะทางไปกลับ: 21 กิโลเมตร
- ประเภทเทรล: ไป-กลับ
- เวลาเดิน: 7 – 9 ชั่วโมง
- Max/Min elevation: 2740m/1403m
- Total ascent/descent: 1459m/1459m
ด้วยระยะทางและความชันทำให้การเดิน Hiking เส้นทางนี้ใช้เวลาไปกลับ 7-9 ชั่วโมง แล้วแต่ความเร็วของแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม เพราะเส้นทางนี้มีถนนเข้าถึง จึงสามารถเลือกที่จะนั่ง Taxi ไปก่อนครึ่งนึง แล้วค่อยเดินต่อไปยังทะเลสาบก็สามารถทำได้เหมือนกัน โดยจุดที่สามารถนั่ง Taxi ไปลงก็คือ The Cross ซึ่งจะเป็นจุดพักของคนที่เดิน Hiking มาจากหมู่บ้านด้วยเหมือนกัน (ราคา Taxi จะอยู่ราวๆ 100-150 ลารีต่อเที่ยว)
เดือนไหนเหมาะสำหรับการ Hiking?
ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดิน Hiking หรือ Trekking ในภูมิภาค Svaneti ก็คือฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม อากาศในช่วงกลางคืนจะค่อนข้างเย็นและอาจต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ส่วนกลางวันก็จะอยู่ราว 10 องศาปลายๆ ถึงเกือบ 30 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

ก่อนเดินต้องเตรียมอะไรบ้าง?
นอกจากเตรียมร่างการเตรียมใจให้พร้อมกับการเดินขึ้นเขาแล้ว ก็จะต้องศึกษาเส้นทาง เตรียมเสบียงระหว่างทาง ไปจนถึงเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะกับการเดินป่า
- ดาวน์โหลดแผนที่เทรลแบบ Offline และแอพ MAPS.ME หลักๆ จะมีอยู่สองเส้นทางสำหรับ Koruldi Lakes โดยเริ่มเดินจากหมู่บ้านเมสเทียเหมือนกัน แต่จะมีทางคลาสสิคและทางชัน (จากแผนที่ด้านบน ทางคลาสสิคก็คือเส้นด้านขวา ส่วนทางชันคือเส้นด้านซ้าย ซึ่งไม่แนะนำสำหรับมือใหม่)
- เสื้อผ้าและรองเท้า ควรทะมัดทะแมงเหมาะสำหรับการเดินป่า อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นแบบสำหรับ Hiking โดยเฉพาะแต่เน้นเบาสบาย รองเท้าอย่างน้อยควรเป็นผ้าใบ จะได้ไม่เจ็บเท้า อากาศในช่วงฤดูร้อนจะอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียสปลายๆ ถือว่าค่อนข้างร้อน แต่ก็แนะนำให้เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย เพราะด้านบนอากาศจะเย็นลงอีก
- หมวกและแว่นตากันแดด สำหรับใครที่เป็นไมเกรนจากแดดได้ง่ายๆ รวมถึงครีมกันแดดที่ควรพกไปด้วย
- เสบียงเผื่อหิวระหว่างทางและน้ำดื่ม เป็นสิ่งจำเป็นเพราะใช้เวลาเดินทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น แถมไม่มีร้านอาหารให้แวะระหว่างทางด้วย ขนมปัง แฮม ขนมกรุบกรอบ ซีเรียลบาร์ได้หมด ส่วนน้ำดื่มก็ประมาณขวด 1.5 ลิตรต่อคน หรือจะพกขวดเล็กแล้วไปซื้อที่คาเฟ่ด้านบนก็ได้ (คาเฟ่มีที่เดียวและเล็กมาก)
รีวิวเส้นทางและจุดถ่ายรูป
เส้นทาง Mestia-Koruldi Lakes จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลักๆ ก็คือ
- จากหมู่บ้านเมสเทียไปยัง The Cross
- จาก The Corss ไปยัง Koruldi Lakes
- ทางลงจาก Koruldi Lakes กลับหมู่บ้านเมสเทีย
จากหมู่บ้านเมสเทียไปยัง The Cross
เส้นทางในช่วงแรกเป็นการเดินทะลุหมู่บ้านและขึ้นเขา โดยเริ่มเดินจากที่พักในเมืองเมสเทียราว 10 โมงเช้ากว่าๆ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม แนะนำให้ออกแต่เช้า ยิ่งเช้ายิ่งดี เพราะอากาศจะยังไม่ร้อนมาก และเผื่อเวลาพักหรือถ่ายรูปด้วยระหว่างทาง

พอเริ่มเดินจาก City Center ก็จะมีป้ายเส้นทางเทรลตรงทางแยกไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่นัก เดินตามทางเบี่ยงออกซ้ายที่เป็นเนินเพื่อเดินทะลุหมู่บ้านและ Guest House ต่างๆ


ระหว่างทางก็จะผ่านหอคอย Svan Towers ซึ่งหลายแห่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่คนท้องถิ่นทำกันเอง สามารถเข้าไปชมได้ แต่ต้องจองล่วงหน้าก่อน

หลังจากที่พ้นตัวหมู่บ้านไป ก็จะเป็นทางเดินขึ้นเขาที่ค่อนข้างชันเลยทีเดียว มีทั้งเดินโล่งๆ เดินในป่า และเดินในเทรลแคบๆ ซึ่งบางช่วงมีน้ำไหลผ่านนิดหน่อย


หลายๆ ครั้งที่เราจะเจอทางแยกเทรลบ่อยมาก จนบางทีก็งงว่าต้องไปทางไหนเพราะไม่มีป้ายบอกทาง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทางแยกที่ไปโผล่บนเทรลเดียวกัน โดยทางนึงจะเป็นทางยากและทางนึงจะเป็นทางง่าย พยายามเลือกเทรลที่มีคนเดินเยอะ ไม่รก หรือดูตาม Maps ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นเส้นทางเทรลหลักก็จะมีสัญลักษณ์บอกเทรลอยู่เรื่อยๆ

เดินขึ้นเขาแบบชันไม่มีพักมาราวๆ ชั่วโมงครึ่ง ก็จะพ้นออกมาจากป่า และจะเจอทางที่เป็นถนนลูกรัง ซึ่งจะต้องเดินต่อเรื่อยๆ เพื่อไปจุดที่เรียกว่า The Cross

ถึงแม้จะเหนื่อยสุดพลัง แต่บอกเลยว่าวิวระหว่างจุดนี้ไปคือสวยมาก สวยแบบ 360 องศา สวยจนลืมเหนื่อย


ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ป่าที่มีสีสันสวยงามตลอดทางในช่วงฤดูร้อน ไปจนถึงเทือกเขาคอเคซัสที่ยังมีหิมะปกคลุม ล้อมรอบด้วยต้นสนที่เขียวขจี

และในที่สุดก็เดินมาถึง The Cross ตอนเกือบๆ บ่ายโมงพอดี ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มเดินมาถึงจุดนี้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งตรง The Cross นี้เองก็จะมีสัญลักษณ์ไม้กางเขนขนาดใหญ่และมีศาลาสำหรับนั่งพักกินลมชมวิวหมู่บ้านเมสเทียท่ามกลางหุบเขา


สำหรับใครที่อยากย่นระยะทางเดิน ก็สามารถนั่ง Taxi มาลงจุดนี้ แล้วค่อยเดินต่อไปทะเลสาบก็สามารถทำได้เหมือนกัน

จาก The Cross ไปยัง Koruldi Lakes
เทรลต่อจากนี้จะเป็นถนนลูกรังที่เหมือนจะเดินง่าย แต่บอกเลยว่าความชันนั้นไม่ธรรมดา ซึ่งจากจุดนี้จะใช้เวลาอีกเกือบ 3 ชั่วโมงถึง Koruldi Lakes

ถัดจาก The Cross ก็จะมีคาเฟ่เล็กๆ ที่ไม่มีชื่อ ตั้งอยู่อย่างโดดเดียวบนเนินเขา ซึ่งที่นี่มีเครื่องดื่มขายไม่ว่าจะเป็น น้ำเปล่า (ขวดเล็ก 4 ลารี) เบียร์ น้ำอัดลม และกาแฟ แต่ไม่ใช่กาแฟชงสด เป็นกาแฟแนว 3-in-1 ที่ชงเอาไว้แล้ว นอกจากนี้ก็มีพวกขนมเค้กบ้างเล็กน้อย แต่บอกเลยว่าไม่มีอาหารขาย ดังนั้นจึงต้องพึ่งเสบียงที่เตรียมมา


ด้านข้างกับคาเฟ่จะมีห้องน้ำแบบธรรมชาติวิวคอเคซัส แนะนำให้เข้าเลย เพราะจะไม่มีที่ไหนอีก และยังต้องเดินอีกไกล

ส่วนของวิวระหว่างทางนั้นสวยหยุดลมหายใจ สวยจนแทบจะลืมเหนื่อย ก่อนหน้านี้ว่าสวยแล้ว แต่ยิ่งขึ้นมาข้างบนยิ่งสวยกว่าเดิมอีก


บรรยากาศท่ามกลางหุบเขาคอเคซัสที่สามารถมองเห็นยอดเขา Ushba ซึ่งมี Double Summits หรือ Twin Peaks เป็นยอดเขาสองยอดแหลมๆ ความสูง 4,710 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังถูกขนานนามว่าเป็น Matterhorn of the Caucasus อีกด้วย

ถึงจะเป็นการเดินบนถนนลูกรัง แต่ความชันนั้นไม่ได้ง่ายไปกว่าตอนขึ้นเขาในช่วงแรก ดีไม่ดีอาจจะชันกว่าด้วย แถมเป็นการเดินบนความชันยาวๆ แบบไม่พัก


และในที่สุดเราก็เดินมาถึง Koruldi Lakes ตอนประมาณบ่าย 3 ครึ่ง ใช้เวลาจากหมู่บ้านราว 5 ชั่วโมงครึ่ง ทะเลสาบอัลไพน์ที่บางส่วนยังคงเป็นหิมะ มีฉากด้านหลังเป็นภูเขา Ushba และล้อมรอบด้วยคอเคซัสแบบ 360 องศา

สวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง อยากให้ใครที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวเมสเทียได้มาลองสัมผัสความรู้สึกนี้ด้วยกัน
Miles The World

ทางลงจาก Koruldi Lakes กลับหมู่บ้านเมสเทีย
ได้นั่งพักสูดอากาศเย็นๆ และมองวิวทะเลสาบให้หายเหนื่อย ก็ถึงเวลาเดินลงก่อนที่จะค่ำ ซึ่งเส้นทางเดินลงจะมีอยู่สองเทรลด้วยกัน เราแนะนำให้ทุกคนเดินลงทางเดิม

แต่เพราะความไม่รู้มาก่อนว่าอีกเส้นทางจะชันมากถึงขั้นที่ไม่อยากจะแนะนำ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ ก็เลยเลือกลงเส้นทางชัน ซึ่งเดาว่าจะใช้เวลาน้อยกว่าและคิดว่าคงไม่ได้ชันมาก แต่เป็นความคิดที่ผิด
เส้นทางนี้พอเดินกลับมาจากทะเลสาบถึง The Cross ก็จะมีจุดแยกเทรล เทรลเดิมที่ขึ้นมาจะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนเทรลที่เราเลือกลงจะอยู่ทางด้านขวามือ

เป็นทางที่ชันมากและแทบไม่เห็นเทรล แถมความชันเป็นลักษณะที่เรียกว่ากลิ้งลงซะมากกว่า ดินร่วน และลื่น ต้องเกาะกิ่งไม้ลงเหมือนกับทาร์ซาน แล้วก็มีจุดที่คิดว่าควรย้อนกลับไปเดินเทรลเดิมรึเปล่า? แต่ก็มาไกลแล้ว

เราถึงที่พักในหมู่บ้านเมสเทียตอน 2 ทุ่มกว่าๆ ใช้เวลาในการเดินลงจากทะเลสาบราว 3 ชั่วโมงครึ่ง และใช้เวลาในการเดินทั้งหมดรวมกับเวลานั่งพักเกือบ 10 ชั่วโมงในสภาพที่เท้าแทบพังไปเลย
โดยสรุปแล้ว เส้นทางนี้เป็นอีกหนึ่งเทรลที่เดินสนุก วิวสวยตาแตก มีความท้าทายทั้งความชันและระยะทาง ถามว่านั่งรถมาได้ไหม? ได้ แต่อยากให้มาเดินมากกว่า เพราะรายละเอียดระหว่างทางนั้นสวยกว่ามาก แถมเป็นความรู้สึกดีที่เทียบกันไม่ได้เลย ได้สัมผัสธรรมชาติในแบบที่นานๆ ครั้งจะได้มีโอกาส
เทรลนี้อาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน แต่ใครที่เป็นสายลุย สายเดินป่า ยังไงก็ต้องมาเดินหนึ่งใน Classic Route ของ Svaneti นี้ให้ได้เลย
อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:
- รีวิวที่พัก Guest House จอร์เจียนกลางหมู่บ้าน Mestia
- เที่ยว Mestia หมู่บ้านกลางหุบเขาคอเคซัสในเขต Svaneti ประเทศจอร์เจีย
- นั่งกระเช้า Cable Car ขึ้นไปชมวิวหมู่บ้าน Mestia แบบ 360 องศา
- โหดแค่ไหน? เดินเขา Trekking 4 วันจาก Mestia ไปหมู่บ้านมรดกโลก Ushguli
- เที่ยว Ushguli หมู่บ้านมรดกโลกที่สูงที่สุดในยุโรป
- การเดินทางจาก Batumi ไป Mestia หมู่บ้านกลางหุบเขาคอเคซัสใน Svaneti จอร์เจีย
