เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองชายฝั่งบาทูมีไปสู่หมู่บ้านกลางหุบเขาคอเคซัส ซึ่งตั้งอยู่ในเขต Svaneti ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจอร์เจีย “เมสเทีย (Mestia)” เมืองที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเหล่านักเดินเขาจากทุกมุมโลก

การเดินทางจาก Batumi ไป Mestia มีระยะทางรวม 262.8 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6-7 ชั่วโมง สามารถเดินทางได้หลายวิธี ซึ่งนอกเหนือจาก Private Tour แล้ว เราสามารถไป Mestia ได้ ดังนี้
- นั่ง Marshrutka หรือมินิแวนจาก Batumi ไปเมือง Mestia ผ่านเมือง Zugdidi ซึ่ง Marshrutka ส่วนใหญ่จะต้องไปแวะพักหรือเปลี่ยนรถที่เมือง Mestia ค่าเดินทางจะอยู่ราวๆ 65 ลารี (จุดขึ้นรถเมือง Batumi)
- เดินทางด้วย GoTrip หรือ Private Transfer จาก Batumi ตรงไปที่เมือง Mestia เหมาะสำหรับคนที่อยากเดินทางแบบส่วนตัว หรือมาเป็นกลุ่ม ค่าเดินทางเริ่มต้นที่ 400 ลารี
อย่างไรก็ตาม เราเลือกการเดินทางจาก Batumi ไปพักที่ Zugdidi ก่อน แล้วจึงค่อยต่อรถไปที่เมือง Mestia เพราะหากเดินทางรวดเดียวจะค่อนข้างเหนื่อย แต่ก็สามารถทำได้สำหรับคนที่มีเวลาน้อย สรุปการเดินทางก็คือ
- Batumi – Zugdidi ด้วย GoTrip ระยะทาง 134 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ราคาประมาณ 200 ลารี
- พักในเมือง Zugdidi และเดินเล่นในเมือง
- Zugdidi – Mestia ด้วยมินิแวน Marshrutka ระยะทาง 136 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงกว่า ราคา 35 ลารี
Contents:
- เดินทางจาก Batumi สู่ Zugdidi
- ที่พักในเมือง Zugdidi
- เดินเล่นในเมือง Zugdidi
- นั่ง Marshrutka ต่อไปเมือง Mestia
วางแผนเที่ยว Georgia
- จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guesthouse ในต่างเมือง
- เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
- เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
- ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ
เดินทางจาก Batumi สู่ Zugdidi
สำหรับใครที่อยากประหยัด สามารถนั่ง Marshrutka จาก Batumi ไปพักที่เมือง Zugdidi ก่อนก็ได้ โดยขึ้นรถที่ Intercity Bus Station ราคาประมาณ 25 ลารี ใช้เวลา 2.5 – 3 ชั่วโมง

แต่ถ้าใครมีกระเป๋าเยอะและอยากเดินทางแบบส่วนตัวในราคาประหยัดกว่า Private Tour ก็สามารถเลือกเดินทางกับ GoTrip รถแท็กซี่ระหว่างเมือง ซึ่งใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง สะดวกสบาย เลือกรถได้ เลือกคนขับได้ ยิ่งไปหลายคนก็สามารถหารค่าเดินทางกันได้ในราคารวม 200 ลารี นอกจากนี้ยังสามารถแวะระหว่างทางได้ตามใจเรา แต่เส้นทางนี้อาจจะไม่มีอะไรให้แวะเท่าไหร่
ที่พักในเมือง Zugdidi
ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้ว Zugdidi เป็นเมืองเล็กๆ ไม่ได้มีอะไรมาก ถ้ามีเวลาน้อยไม่จำเป็นต้องแวะก็ได้
เราเลือกพักที่ Hotel Koshki ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับจุดขึ้นรถ Marshrutka ที่จะขึ้นต่อไปเมือง Mestia สะดวกมากๆ ไม่ต้องเดินแบกกระเป๋าให้เหนื่อย

ห้องพักใหม่ สะอาด ราคาไม่แพง เหมาะกับการมาพักก่อนเดินทางต่อ แต่ข้อเสียก็คือรอบๆ แทบไม่มีร้านอาหารเลย และไม่ใช่แค่แถวๆ ที่พัก แต่ทั้งเมืองมีร้านอาหารอยู่น้อยมาก จะมีก็แต่มินิมาร์ทกับร้านขนมปัง แล้วก็อยู่ใกล้กับตลาดสด เราจึงเลือกสั่งอาหารผ่าน Glovo แล้วกินที่โรงแรมแทน หรือใครสะดวกมาม่าก็มีกาต้มน้ำให้ในห้องเลย

ดูรูปที่พักเพิ่มเติม


- ราคา: 980 บาทต่อคืน (72 ลารี)
- พิกัด: Google Maps
นอกจาก Hotel Koshki แล้วก็ยังมีตัวเลือกที่พักอื่นๆ ในเมือง Zugdidi ซึ่งสามารถดูเพิ่มเติมได้ใน Booking.com
เดินเล่นในเมือง Zugdidi
Zugdidi เป็นเมืองที่จะได้บรรยากาศต่างจังหวัดอย่างแท้จริง เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ บรรยากาศรอบที่พักค่อนข้างจอแจเพราะอยู่ใกล้กับตลาด มีผลไม้ไปจนถึงพวกขนมปังจอร์เจียราคาแบบคนท้องถิ่น ของก็จะวางขายเรียงรายตามท้องถนน ซึ่งจะอยู่ติดกับแม่น้ำ

หากเดินข้ามฝั่งแม่น้ำไปก็จะเป็น City Center ซึ่งอย่างที่บอกไปในตอนต้นว่าหาร้านอาหารยากมาก แต่ก็มีร้าน McDonald อยู่หนึ่งสาขาถ้วน ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนน้ำพุ พอรองท้องได้บ้าง

ที่เที่ยวเมืองนี้หลักๆ ก็จะมี Dadiani Palace Museum พิพิธภัณฑ์ทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งชาติของจอร์เจีย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก City Center สามารถเดินถึงได้ จริงๆ สามารถเข้าไปชมภายใน แต่เสียดายวันที่เรามาปิดให้เข้าชมเพราะมีกิจกรรมของนักเรียน

นอกจาก Dadiani Palace Museum แล้ว ด้านข้างก็จะมี Zugdidi Botanical Garden ซึ่งประตูทางเข้าจะอยู่ข้างกับพิพิธภัณฑ์เลย ที่นี่เป็นสวนพฤกษศาตร์สีเขียวขนาดใหญ่ เข้าไปเดินเล่นชมสวน ชมต้นไม้ภายในได้ โดยจะเสียค่าเข้าคนละ 5 ลารีหรือราวๆ 65 บาทเท่านั้นเอง

นั่ง Marshrutka ต่อไปเมือง Mestia
จุดขึ้น Marshurtka อยู่ตรงข้ามที่พักเลย แต่บอกก่อนว่าไม่ได้เป็น Bus Station มีแค่ต้นไม้หนึ่งต้นกับม้านั่งเก่าๆ แค่นี้เลย สังเกตได้จากบริเวณที่มีรถมินิแวนจอดกันเยอะๆ และรถจะมีป้ายเขียนว่า “Mestia”

Marshrutka ไม่มีเวลาออกที่แน่นอน คนเต็มตอนไหนก็ออกตอนนั้น ใครที่เที่ยวจอร์เจียมานานก็จะชินไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำให้รีบมาถึงไม่เกิน 10 โมงเช้า หรือเร็วกว่านั้น จะได้จองที่นั่งในรถก่อน

เราขึ้นรถตอน 9 โมงครึ่ง คนเต็มประมาณ 10 โมงครึ่ง พอคนขึ้นเต็มแล้วก็จะมีคุณป้ามาเก็บเงินก่อนออกเดินทาง โดยมีค่าโดยสารคนละ 35 ลารี ในรถจะมีที่นั่งอยู่ 16-19 ที่นั่งแบบเต็มเหยียด กระเป๋าที่ไว้ใต้เบาะไม่ได้จะต้องเอาขึ้นไว้บนหลังคา ซึ่งวันฝนตกกระเป๋าเราอาจจะเปียก (ถึงแม้ว่าเค้าจะคลุมด้วยพลาสติกแล้วก็ตาม)
กว่าคนขับจะพร้อมเดินทางก็ปาไป 11 โมงกว่า แค่นั่งรอในรถก็ยาวนานเกือบสองชั่วโมงกันเลย แต่มาเร็วดีกว่ามาช้าแล้วเต็ม เพราะต้องใช้เวลาเดินทางอีกนาน

ระหว่างทางคนขับจะแวะจอดพักรถหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นร้านอาหาร มีกาแฟ เครื่องดื่ม และสามารถเข้าห้องน้ำฝั่งตรงข้ามได้ แต่ห้องน้ำไม่สะอาดมากๆ ชนิดที่ว่าเปิดเข้าไปอาจจะเป็นลมได้เลย ถ้าใครไม่ไหวก็อาจจะต้องเข้าตั้งแต่ก่อนขึ้นรถแล้วก็ดื่มน้ำน้อยๆ หน่อย
ระยะทางจาก Zugdidi ถึง Mestia แค่ 130 กิโลเมตรกว่าๆ ก็จริง แต่ถนนเป็นทางขึ้นเขา และแทบจะเป็นทางลูกรังเกือบทั้งหมด เป็นหิน เป็นดิน นั่งก้นแทบไม่ติดเบาะ
จนในที่สุดก็มาถึงเมือง Mestia ประมาณบ่าย 3 โมงนิดๆ เป็นการเดินทางที่แสนทรหดและยาวนานถึง 4 ชั่วโมง แต่ก็ได้บรรยากาศการเดินทางแบบผจญภัยดี ลุ้นสภาพถนนและสภาพอากาศไปตลอดทาง

โดยรวมการเดินทางก็จะประมาณนี้ เพราะไม่ได้มีตัวเลือกมากนักสำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางด้วย Marshrutka อาจจะไม่ได้สะดวกสบาย แต่ก็ได้สัมผัสบรรยากาศการเดินทางของคนที่นี่ในแบบทุลักทุเลและตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ถ้ามากันหลายคน แนะนำให้เดินทางตรงจาก Batumi ไปที่ Mestia ด้วย GoTrip เลย คุ้มกว่า และสะดวกสบายกว่ามาก
อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:
- รีวิวที่พัก Guesthouse จอร์เจียนกลางหมู่บ้าน Mestia
- เที่ยว Mestia หมู่บ้านกลางหุบเขาคอเคซัสในเขต Svaneti ประเทศจอร์เจีย
- นั่งกระเช้า Cable Car ขึ้นไปชมวิว Mestia แบบ 360 องศา
- One-day Hiking จาก Mestia ไปทะเลสาบ Koruldi Lakes
- โหดแค่ไหน? เดินเขา Trekking 4 วันจาก Mestia ไปหมู่บ้านมรดกโลก Ushguli
- เที่ยว Ushguli หมู่บ้านมรดกโลกที่สูงที่สุดในยุโรป
