อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยว ที่ถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวประเทศจอร์เจียแล้วก็ต้องมาเที่ยวบาทูมี (Batumi) เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเก่าแก่ในทบิลิซีมาเที่ยวเมืองชายฝั่งที่ได้ฉายาว่าเป็น Las Vegas of the Black Sea หรือลาสเวกัสแห่งทะเลดำนั่นเอง
การเดินทางจากทบิลิซีด้วยรถไฟเป็นวิธีที่ส่วนตัวแล้วคิดว่าง่าย ประหยัด และสะดวกที่สุด โดยเฉพาะใครที่ชอบลุยหรือชอบการเดินทางด้วยรถสาธารณะในประเทศจอร์เจีย เส้นทางทบิลิซี-บาทูมีบอกเลยว่าไม่ใช่รถไฟธรรมดา แต่เป็นรถไฟ Stadler สองชั้นจาก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ราคาไม่แพง ใช้เวลาเดินทางราว 5 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นเอง
วางแผนเที่ยว Georgia
- จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guesthouse ในต่างเมือง
- เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
- เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
- ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ
บาทูมี (Batumi) เป็นเมืองชายฝั่งที่อยู่ติดกับทะเลดำหรือที่เรารู้จักกันว่า Black Sea และยังอยู่ติดกับพรมแดนประเทศตุรเคียอีกด้วย บาทูมียังถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศจอร์เจีย และที่นี่เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐปกครองตนเองอาจารา (Adjara)

นอกจากบาทูมีจะเป็นเมืองที่มีวิวทะเลสวยงามแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมความบันเทิงคาสิโนมากมาย เรียกได้ว่ามีอยู่ที่ซอกทุกมุม และเมืองแห่งนี้นอกจากโซนเมืองเก่าแล้วก็ยังเป็นเมืองที่มี Skyscrapers ตึกสูงระฟ้าเรียงรายยาวไปตามแนวชายหาด ไปจนถึงเชนโรงแรมชื่อดังทั้งเครือ Marriot หรือ Sheraton อีกด้วย

ที่พักในเมืองบาทูมีมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโซนเมืองเก่าที่ได้บรรยากาศแบบคลาสสิค ไปจนถึงโซนตึกระฟ้าติดชายหาดที่ให้ฟีลโมเดิร์นวิวทะเล และยิ่งถ้าเป็นที่พักบน Skyscraper แล้วล่ะก็ วิวไม่ต้องพูดถึง ตื่นมาบนฟ้าเห็นทั้งวิวทะเลไปจนถึงฝั่งประเทศตุรเคียกันเลย
การเดินทางในบาทูมีก็มีตั้งแต่การเดิน การเรียก Bolt ไปจนถึงการนั่งรถเมล์ ซึ่งสะดวกสบายและมีราคาถูกกว่าที่ทบิลิซีเสียอีก ที่สำคัญใช้บัตรเดียวกันก็คือบัตร Metro Money ในราคาเดียว 0.8 ลารีตลอดสาย
มาถึงบาทูมีแล้ว ตามไปดูกันว่าเมืองนี้จะมีอะไรให้เที่ยวบ้าง?
– 1 –
เดินเล่นหาด Batumi Beach

แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อมาถึงเมืองชายฝั่งอย่างบาทูมี ก็คือการเดินเล่นตามแนวชายหาด Batumi Beach ซึ่งบอกเลยว่าเป็นทางเดินชายหาดที่น่าเดินมาก กว้างขวาง และที่สำคัญคือยาวไปจนเกือบถึงพรมแดนประเทศตุรเคียกันเลย


สองข้างทางก็จะเต็มไปด้วยร้านขายของเล็กๆ ที่ขายขนม น้ำผลไม้ ไอติม ไปจนถึงไวน์จอร์เจียน แล้วก็ยังมีเครื่องเล่นแบบสวนสนุกไม่ว่าจะเป็นรถไฟเหาะหรือจะ Swing Ride ที่เห็นคนเล่นกันเยอะ แล้วก็ Viking ซึ่งตั้งอยู่บนหาดวิวทะเลปังๆ ไปอีก

นอกจากการเดินชมวิวทะเลแล้ว ที่นี่ยังมีทั้งจักรยาน สามล้อไฟฟ้า และ Scooter ให้เช่าขี่กันตามแนวชายหาดที่บอกแล้วว่ายาวเป็นกิโลๆ ซึ่งเค้าจะมี Bike Lane ไว้ให้โดยเฉพาะ เผื่อใครขี้เกียจเดิน โดยพวกนี้สามารถเช่าได้กับคนท้องถิ่นเลย รับรองว่ามีหลายร้านให้เลือกตามความสะดวก ส่วน Scooter ก็จะมีทั้งของคนท้องถิ่นและเป็นแบบที่ต้องใช้ App ซึ่งสามารถขี่และจอดตรงไหนก็ได้ในโซนที่เค้ากำหนด ผู้ให้บริการก็จะมี Bird – Ride Electric กับ toGO GE แบบนี้ก็สะดวกแต่จะต้องผูกบัตรเพื่อใช้งานกับ App

ข้างๆ กับชายหาดก็มีโซนที่เป็นสวนสาธารณะมากมายอย่าง Batumi Boulevard Dancing Fountain ยาวไปจนถึง Park ขนาดใหญ่ฝั่งตรงข้ามกับห้าง Metrocity Mall จะเดินเล่น นั่งเล่น นอนเล่นหรือปิกนิกก็ได้สบายๆ เลย
- พิกัด: Google Maps
– 2 –
เดินย่านนักท่องเที่ยว Ali & Nino
อีกจุดท่องเที่ยวสำคัญที่ถ้ามาถึงเมืองบาทูมีแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับงานศิลปะอย่าง Ali & Nino Statue ก็เหมือนกับมาไม่ถึง รูปปั้นที่สร้างด้วยเหล็กของผู้หญิงและผู้ชายที่สามารถเคลื่อนที่ผสานรวมกันเป็นหนึ่งได้โดยที่เหล็กไม่ได้สัมผัสกันอย่างน่าทึ่ง ใครที่ไปรอถ่ายรูปบอกเลยว่ารูปปั้นจะเคลื่อนไหวทุกๆ 10 นาที


นอกจาก Ali & Nino แล้วรอบๆ ก็ยังเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วย Beach Restaurants ร้านขายของฝาก ร้านขายน้ำผลไม้ ขนม ไปจนถึงข้าวโพดอบ และก็มีชิงช้าสวรรค์ยักษ์ Ferris Wheel สำหรับใครที่อยากขึ้นไปนั่งชมวิวเมืองบาทูมีกันแบบ 360 องศา แต่ขอบอกก่อนว่าเป็นแบบ Open-air และสูงถึง 55 เมตรกันเลยทีเดียว

บริเวณนี้ยังเป็นส่วนของท่าเรือ ซึ่งใครที่อยากจะไปนั่งเรือชมวิวเมืองบาทูมีก็มีให้เลือกเพียบ ราคาราวๆ 25 ลารีต่อคน หรือใครจะไปเดินเล่นในโซน Batumi Boulevard ที่มีทั้งสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับชายหาดก็ได้เหมือนกัน
- พิกัด: Google Maps
– 3 –
นั่ง Cable Car ขึ้นไปชมวิว Batumi
เดินถัดมากจาก Ali & Nino Statue ก็จะเจอกับสถานี Argo Cable Car หรือกระเช้าที่เป็นลักษณะ Cabin แบบปิด สามารถนั่งขึ้นไปชมวิวเมืองบาทูมี ราคาตั๋วอยู่ที่คนละ 30 ลารีหรือราวๆ 400 บาทไปกลับ ซึ่งมีราคาเดียวไม่สามารถซื้อขาเดียวแล้วเดินลงได้ เพราะต้องนั่งกระเช้าลงอย่างเดียวเลย


Cable Car ใช้เวลาราวๆ 20 นาที ระหว่างทางไปจนถึงสถานีด้านบนสามารถมองเห็นวิวเมืองบาทูมีทั้งเมือง เรียกได้ว่า 360 องศากันเลยทีเดียว พอไปถึงสถานีด้านบนก็จะมีร้านอาหาร ร้านไอติม และมีจุดชมวิวให้ถ่ายรูป

โดยรวมถือว่าดี วิวสวย แต่ส่วนตัวคิดว่าค่าตั๋วราคาแรงไปนิดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่สำคัญคือเค้าจะบังคับให้เรานั่งกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ให้ครบ 8 คนถ้าหากว่ามาพร้อมกัน ถึงแม้ว่า Cabin ตู้ถัดไปจะว่างก็ตาม ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เพราะตั๋วไม่ได้ถูก

แนะนำให้พยายามอย่าไปต่อคิว ให้คนอื่นไปก่อนแล้วค่อยเดินไปขึ้น อีกอย่างที่น่าผิดหวังก็คือขึ้นไปถึงสถานีด้านบนไม่มีอะไรให้ทำ นอกจากร้านอาหารและจุดชมวิว ไม่ได้มีสวนหรือสถานที่ให้เดินเล่นเท่าไหร่
- พิกัด: Google Maps
– 4 –
เดินเล่นย่านเมืองเก่า Europe Square
ใกล้ๆ กับย่านนักท่องเที่ยว Ali & Nino Statue และ Batumi Boulevard ก็จะเชื่อมกับย่านเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยตึกเก่าแก่ ไปจนถึงย่านที่เรียกว่า Europe Square ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

ถนนที่ทำจากหิน Cobble แบบสมัยเก่า สองข้างทางเป็นบ้านและตึกจากสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ต้องมีระเบียงเหล็กยื่นออกมาก เป็นแนวยุโรปผสมผสานที่สวยจนบอกไม่ถูก


ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และตึกสไตล์ยุโรปทั้งแบบสมัยเก่าและสมัยใหม่ Europe Square ถือว่าเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่สวยงามมากที่สุดในเมืองบาทูมี ถ้าใครได้มาก็ต้องห้ามพลาด Check-in กันให้ได้เลย
- พิกัด: Google Maps
– 5 –
นั่งจิบกาแฟวิวทะเลที่คาเฟ่ Pure
สายคาเฟ่ที่มาเที่ยวบาทูมีแล้วโหยหา Specialty Coffee ต้องขอแนะนำที่นี่เลย Pure Coffee and Food เพราะถ้าใครที่มาเที่ยวจอร์เจียนานๆ จะรู้เลยว่า Specialty Coffee หายากมาก ในทบิลิซีว่ายากแล้ว ออกนอกเมืองยิ่งยากกว่า

Pure Coffee and Food เป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่อยู่ค่อนไปทางสนามบิน Batumi ถัดจากสวนสาธารณะขนาดใหญ่ โดยจะอยู่เลยห้าง Metrocity Mall ไปหน่อย

ถึงจะอยู่ไกลจากย่านนักท่องเที่ยวแต่ก็เป็นคาเฟ่ที่อยู่ติดทะเลชิลๆ วิวสวย บรรยากาศดีมาก ถ้ามาช่วงเที่ยงบอกเลยว่าคนแน่นทุกวัน ซึ่งนอกจากกาแฟแล้วที่นี่ก็ยังมีอาหารด้วย เหมาะกับ Coffee และ Brunch ในวันสบายๆ ที่บาทูมีมากเลยทุกคน
- พิกัด: Google Maps
– 6 –
ดูวิวเครื่องบินขึ้นลงที่หาดติดสนามบิน Batumi
อีกหนึ่งกิจกรรมแบบสบายๆ ที่บาทูมีก็คือไปนั่งเล่นดูวิวเครื่องบินขึ้นลงที่หาด ซึ่งอยู่ติดกับ Batumi Airport เลย คล้ายๆ กับหาดไม้ขาวที่ภูเก็ตบ้านเรา
ช่วงเย็นของทุกวันก็จะมีคนไปรอถ่ายรูปเครื่องบินกันเยอะมาก บรรยากาศดี นอกจากวิวเครื่องบินแล้วก็ยังได้วิวพระอาทิตย์ตกที่ทะเลอีกด้วย

ถ้าจะดีแนะนำให้ดู Airplane Radar แบบ Real-time ดูไฟลท์ไหนเข้าออกเวลาไหนบ้างจะได้กะเวลาถูกและไม่เสียเที่ยวนะทุกคน
- พิกัด: Google Maps
– 7 –
พักบน Skyscraper เห็นวิวเมืองพานอรามา
เที่ยวเมืองชายฝั่งติดทะเลดำแล้วแบบนี้ ถ้าได้ที่พักวิวทะเลในบาทูมีก็ยิ่งฟินไปอีก ซึ่งเมืองนี้มีที่พักให้เลือกเยอะมาก เรียงรายไปตามชายหาดไปจนถึงสนามบิน Batumi ก่อนถึงพรมแดนประเทศตุรเคียกันเลยทีเดียว

ที่พักก็มีให้เลือกหลายแบบตั้งแต่เชนโรงแรม ไปจนถึงที่พักแนว Apartment โดยสามารถเลือกจองกันผ่าน Booking.com ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่หลักพันนิดๆ ไปจนถึงหลักหลายพันต่อคืน

มาถึงเมืองแห่ง Skyscrapers แล้วแบบนี้ ถ้าได้ที่พักบนตึกสูงระฟ้าก็จะได้เห็นวิวทะเลและวิวเมืองบาทูมีแบบพานอรามา นอนจิบไวน์จอร์เจียนชิลๆ ตื่นมาในท้องฟ้าวิวทะเล Black Sea แถมยังมองเห็นฝั่งประเทศตุรเคีย เราว่าก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้จะไปหาได้จากที่ไหนเหมือนกัน
และนี่ก็คือสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมชิลๆ ในวันพักผ่อนที่เมืองบาทูมี ลาสเวกัสแห่งทะเลดำนั่นเอง
อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:
