การผ่านด่านตม.เป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆ และบอกเลยว่านอกจากการใช้เวลาในสนามบินแล้ว ตม.หรือ Immigration ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราค่อนข้างเบื่อหน่ายเวลาเดินทางบ่อยๆ และก็ทำให้เรากังวลได้หากเราไม่พร้อม เพราะฉะนั้นแนะนำให้ทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจกับคำถามที่อาจจะโดน และเตรียมคำตอบพร้อมเอกสารไปให้ครบ รับรองว่าผ่านฉลุยแน่นอน
ประเทศจอร์เจียได้กลายมาเป็น Destination ยอดนิยมของคนไทย เพราะนอกจากจะเป็นประเทศที่สวยตาแตกแล้ว ที่นี่คนไทยยังสามารถเที่ยวได้แบบ Free Visa ที่อยู่ได้ถึง 365 วันกันเลยทีเดียว แถมค่าครองชีพก็เรียกได้ว่าพอๆ กับที่ไทยเลย
จากประสบการ์ณการเดินทางในต่างประเทศบ่อยๆ และคำถามที่โดนตม.จัดชุดใหญ่ตอนเข้าประเทศจอร์เจียเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา เราก็เลยรวมเอาคำถามไปจนถึงรายการเอกสารที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนเดินทางมาฝากทุกคน ซึ่งนอกจากจอร์เจียแล้วก็สามารถนำไปใช้กับประเทศอื่นๆ ได้ด้วย
Contents:
วางแผนเที่ยว Georgia
- จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guesthouse ในต่างเมือง
- เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
- เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
- ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ
รวมคำถามจากตม. (Immigration)
เราเดินทางจากสุวรรณภูมิและไปเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ แล้วจึงบินไปลงที่สนามบินทบิลิซีประเทศจอร์เจีย ถึงสนามบินตอนเกือบๆ ตีหนึ่งของอีกวัน เหนื่อยที่สุด แถมยังดันไปเข้าช่องที่เจ้าหน้าตม.ที่ถามเก่ง ถามเหมือนไม่มีเพื่อนคุย และทำท่าเหมือนจะไม่ให้เข้าประเทศ เราไม่ได้ตื่นเต้นเลยอันที่จริงเพราะมั่นใจว่ามาเที่ยว ไม่ได้มาแบบผิดกฎหมาย คำถามจะมีอะไรบ้าง? ไปดูกัน
Is it your first time in Georgia?
– มาจอร์เจียครั้งแรกรึเปล่า? –
คำถามแรกแบบเบาๆ ตอบไปเลยว่า “Yes, my very first time.” ใช่เลย มาครั้งแรก
How long will you stay?
– คุณจะมาอยู่ที่นี่กี่วัน? –
สำหรับคนที่มาเที่ยวไม่กี่วันหรือจะหนึ่งหรือสองอาทิตย์ พอตอบแล้วก็อาจจะผ่านฉลุย ประทับตราให้เลย หรือถ้าโชคร้ายหน่อยเค้าก็จะตามต่อ
ในส่วนของเราความจริงคือมาเที่ยวแบบที่ไม่มีกำหนด เพราะเที่ยวแบบ Slow Travel ไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง แต่ก็ต้องตอบไปคร่าวๆ และต้องสอดคล้องกับเอกสารการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินขากลับด้วย เราก็เลยตอบไปเร็วๆ ว่า “I will be traveling here for three months.” ฉันจะมาเที่ยวที่นี่ 3 เดือน
เจ้าหน้าที่ทำหน้าตกใจ แล้วถามย้ำว่า 3 เดือนเลยหรอ แล้วก็โดนถามต่อแบบไม่ลังเล
Tips: ตอบตามวันที่มีเอกสารการจองที่พัก และวันที่จองตั๋วขากลับ
Can I see your hotel booking?
– ขอดูเอกสารการจองที่พักหน่อย –
เค้าเริ่มต้นคำถามว่า “Where do you stay?” คุณพักที่ไหน และตามด้วย “Can I see your hotel booking?” ขอดูเอกสารการจองที่พักหน่อย
เรามีเอกสารการจองที่พัก แต่แย่หน่อยเพราะจองแค่อาทิตย์เดียว และเหตุผลก็คือถ้าเที่ยวที่ไหนนานๆ เราจะจองที่พักแค่อาทิตย์เดียวก่อนแล้วค่อยดูว่าห้องดีไหม ย่านนั้นดีไหม แล้วค่อยขยายเวลาพักต่อ
เจ้าหน้าที่เลยถามต่อว่า “But this is only one week?” นี่แค่อาทิตย์เดียวเอง ส่วนนี้เราอธิบายไปตามความจริงเลยนะคะ เพราะบริสุทธิ์ใจจริงๆ ไม่ได้กลัวอะไร ตอบไปว่าไม่รู้ว่าที่ไหนดีไม่ดีเพราะมาจอร์เจียครั้งแรก เลยจองแค่หนึ่งอาทิตย์ก่อน เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าตึงๆ แต่ก็โอเคเข้าใจ
Tips: ต้องมีเอกสารการจองที่พักตามจำนวนวันที่ตรงกับวันที่เราจะเที่ยวที่จอร์เจีย ถ้ามาเที่ยวหลายๆ วันแล้วอาจจะเปลี่ยนที่พัก แนะนำให้ใช้เอกสารการจองที่พักที่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไข เช่น การจองผ่าน Booking.com
Where will you travel in Georgia?
– จะไปเที่ยวที่ไหนบ้างในจอร์เจีย? –
ความพีคก็คือไม่ได้ทำการบ้านมาแบบละเอียด เพราะไม่ได้คิดเลยว่าจะโดนตม.ถาม ชื่อเมืองอื่นๆ นอกจากทบิลิซีแล้วก็จำไม่ได้เลย อ่านไม่ถูกด้วย ตรงนี้แนะนำให้ทุกคนทำแพลนเที่ยวคร่าวๆ มาให้เจ้าหน้าที่ดูเลยก็จะดี ยิ่งถ้าเป็นคนไม่อยากพูดหรืออธิบาย ก็เอาแพลนโชว์ไปเลย แบบมีวันที่ ชื่อสถานที่และชื่อเมืองก็เพียงพอแล้ว
ส่วนเรา เมืองที่นึกชื่อออกก็คือ Gudauri เมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่ทางตอนเหนือ เลยตอบไปว่า “I will visit Tbilisi of course, and Gudauri. And other nearby cities.” แน่นอนว่าฉันจะเที่ยวในทบิลิซี แล้วก็กูเดาริ แล้วก็เมืองอื่นรอบๆ
เจ้าหน้าที่ทำหน้าตึง (ซึ่งเป็นความปกติมากของคนที่นี่ บวกกับความเป็นตม.) แต่ก็เข้าใจและพยักหน้า เหมือนยังคาใจอยู่ว่าทำไมมาเที่ยวนานจัง แล้วก็ต่อด้วยคำถามต่อไป
Tips: ทำแพลนคร่าวๆ ว่าแต่ละวันจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ให้สอดคล้องกับวันที่เราจะมาเที่ยว แล้วแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูเลย จะได้ไม่ต้องอธิบายมาก
How much money do you have?
– มีเงินมาเที่ยวเท่าไหร่? –
ส่วนตัวเราคิดว่าถ้าคนที่มาเที่ยวไม่กี่วันหรือไม่กี่อาทิตย์น่าจะไม่โดนคำถามนี้ แต่เราตอบว่ามา 3 เดือน ยังไงก็โดนแน่นอน ใครที่โดนเหมือนกันไม่ต้องกลัวนะคะ แล้วเราก็มีเงินสดติดตัวมาแค่ 300 USD เอง เป็นเงินไทยราวๆ หมื่นกว่าบาท แต่มีบัตรเดบิตและบัตรเครดิตในกระเป๋าตังค์อีก ก็ตอบเจ้าหน้าที่ไปตามนั้นเลย
“I got 300 dollar in cash and a credit card with 10,000 USD allowance.” ฉันมีเงินสด 300 ดอลลาร์และมีบัตรเครดิตวงเงิน 10,000 ดอลลาร์
เจ้าหน้าที่ทำหน้าตกใจแรงมาก ไม่เข้าใจเหมือนกัน แล้วถามย้ำว่า 10,000 ดอลลาร์เลยหรอ ไม่ผิดใช่ไหม 1,000 รึเปล่า? ก็บัตรเครดิตวงเงินประมาณ 300,000 กว่าบาท คิดเร็วๆ ก็ 10,000 ดอลลาร์จริงๆ
แล้วเราก็เลยถามเจ้าหน้าที่ว่า “Do you wanna see the card?” อยากดูบัตรไหมคะ? แต่เจ้าหน้าที่ส่ายหัวและทำหน้าตกใจต่อ แล้วก็ประทับตาให้เข้าประเทศ แถมพูดปิดท้ายว่า “Welcome to Georgia!” เราคือยิ้มไม่ลงเลย กรอกตาบนไปหนึ่งกรุบเบาๆ เพราะเหนื่อยสุดพลัง แต่เจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่และอาจจะเหงา เลยชวนคุยซะหน่อย
Tips: ตอบไปเลยว่ามีเงินสดเท่าไหร่ Best case คือควรมีในจำนวนที่เพียงพอกับการเที่ยวตามจำนวนวันคร่าวๆ ส่วน Worst case เหมือนของเราที่มีเงินสดน้อย ก็ให้มีบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตไปด้วย
และนี่ก็คือคำถามทั้งชุดที่โดนตม.ถามแบบรัวๆ นอกจากประเทศจอร์เจียแล้ว คำถามแบบนี้เราก็เคยโดนที่ประเทศเชงเก้นด้วย ซึ่งก็หนีไม่พ้นคำถามพวกนี้แน่นอน และถึงแม้ว่าพาสปอร์ตของเราจะมีการเดินทางบ่อยแค่ไหน หรือใครจะบอกว่าตม.ประเทศนั้นๆ ไม่ถามแน่นอน บอกเลยว่าเป็นไปไม่ได้ที่ตม.จะไม่ถามทุกคน อย่างไรแล้วเค้าจะต้องสุ่มถามตามหน้าที่ แล้วเราก็อาจจะเป็นคนที่โดนก็ได้
เอกสารที่ควรเตรียม
นอกจากการเตรียมตัวตอบคำถามแล้ว เราได้สรุปรายการเอกสารที่แนะนำให้เตรียมเพื่อความอุ่นใจมาให้ด้วย บอกก่อนว่าตม.อาจจะไม่ได้ขอดูเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีครบแล้วตม.เกิดถามขึ้นมา ก็สบายใจได้เลย

- ใบจองตั๋วเครื่องบินขากลับไทย อันนี้สำคัญมากและสายการบินขาออกมักจะถามอยู่แล้ว ใครที่มีอยู่แล้วก็สบาย ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าจะกลับวันไหนก็แนะนำให้ใช้ใบจองที่ออกกับ Agency บริษัททัวร์ต่างๆ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด มีค่าใช้จ่ายประมาณ 500 บาท หรือจองกับสายการบินที่ Hold Booking ได้ แต่บางสายการบินก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนกัน และอาจะแพงกว่า Agency
- เอกสารการจองที่พัก ตามจำนวนวันที่เราจะเที่ยว ใครที่ไม่แน่ใจก็จองแบบยกเลิกทีหลังได้และคืนเงินเต็มจำนวนตามเงื่อนไข เช่น การจองผ่าน Booking.com
- เอกสารประกันการเดินทาง ถึงแม้ว่าบางประเทศจะไม่ได้บังคับและเจ้าหน้าที่จะไม่ค่อยถาม แต่เผื่อไว้ก่อน และที่สำคัญประกันการเดินทางมีประโยชน์กับตัวเราเองด้วย หากเกิดอุบัติเหตุและกรณีฉุกเฉินต่างๆ สามารถซื้อแบบออนไลน์ สะดวก แถมราคาไม่แพงด้วย
- แผนการท่องเที่ยว แบบไม่ต้องลำบาก คร่าวๆ ตามจำนวนวันที่เราจะไปเที่ยวและชื่อสถานที่หรือชื่อเมือง
- ใครที่พาสปอร์ตขาว อย่าลืมเอาเล่มเก่าไปด้วย (ถ้ามี)
เอกสารทั้งหมดไม่จำเป็นต้องเป็นแผ่นเอกสารจริง สามารถใช้แบบออนไลน์จากหน้าจอโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตได้เลย ที่สำคัญอย่าลืม Save เป็นแบบออฟไลน์ที่ไม่ต้องใช้เน็ตกันด้วยนะทุกคน
อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:
