กูเดาริ (Gudauri) เมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,200 เมตร (7,200 ft) และใช้เวลาเดินทางจากทบิลิซีเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ที่นี่ล้อมรอบไปด้วยวิวเทือกเขาคอเคซัส (The Greater Caucasus) ที่ถ้าใครได้มาในช่วงฤดูหนาวแล้วล่ะก็ต้องฟินแน่นอน สำหรับคนที่ตั้งใจมาเล่นสกี ที่นี่เป็นสกีรีสอร์ทที่ครบครัน และที่สำคัญค่าใช้จ่ายโดยรวมไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าอุปกรณ์ ค่า Ski Lessons สำหรับมือใหม่ ไปจนถึงค่า Ski Lifts และ Pass ต่างๆ ที่ถูกกว่าหลายๆ ประเทศแน่นอน
แต่สำหรับคนที่ไม่เล่นสกีอย่างเรา ตอนแรกไม่ได้สนใจจะมาที่กูเดาริเลย เพราะไม่ได้เล่นสกี แต่ดันไปเจอที่พักบนสกีรีสอร์ทที่ราคาดีมาก แถมได้ห้อง 1-bedroom ที่มาพร้อมกับวิวเทือกเขาคอเคซัสที่กำลังถูกปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงกลางเดือนเมษายน เห็นวิวหลักล้านกับราคาหลักพันนิดๆ ก็เลยตัดสินใจมาแบบไม่ลังเล
นอกจากกิจกรรมสกีแล้ว ที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง Ski Lift ขึ้นไปชมวิวเทือกเขาคอเคซัสที่ลานสกีด้านบน และสิ่งที่เราชอบมากๆ ก็คือการเดิน Hiking ตามเทรลข้างสกีรีสอร์ทที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป แต่บอกเลยว่าสวยไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน และที่สำคัญ Beginner เดินได้สบายมาก
Contents:
- มาช่วงไหนดี?
- ก่อนเดินต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- เส้นทางที่ 1 New Gudauri – Cookie Mountain
- เส้นทางที่ 2 New Gudauri – Tsetskhlisjvari Tower
- เส้นทางที่ 3 New Gudauri – ตีนเขา Hawk Mountain
วางแผนเที่ยว Georgia
- จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guesthouse ในต่างเมือง
- เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
- เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
- ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ
มาช่วงไหนดี?
ประเทศจอร์เจียมีทั้งหมด 4 ฤดูก็คือ
- ฤดูใบไม้ผลิ (Spring): มีนาคม – พฤษภาคม
- ฤดูร้อน (Summer): มิถุนายน – สิงหาคม
- ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn): กันยายน – พฤศจิกายน
- ฤดูหนาว (Winter): ธันวาคม – กุมภาพันธ์
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดิน Hiking มากที่สุดและเป็นฤดูที่คนที่นี่เที่ยวกันก็คือช่วง “ฤดูร้อน” ที่อยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนสิงหาคมนั่นเอง เพราะอากาศกำลังสบาย ภูเขาจะกลายเป็นสีเขียวขจี มีทุ่งหญ้าและทุ่งดอกไม้ ที่สำคัญคือสามารถมองเห็นเทรลได้ชัดเจน
แต่โดยส่วนตัวแล้วสำหรับเรา การมาเดิน Hiking ในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูหนาวกับฤดูไม้ใบผลิหรือในช่วงเมษายนจนถึงต้นพฤษภาคมก็จะได้บรรยากาศที่สวยไปอีกแบบ อุณหภูมิช่วงนี้อยู่ราวๆ -4 ถึงเลขหลักเดียว หรือวันไหนที่ร้อนหน่อยก็จะประมาณ 10 องศาต้นๆ การเดินในช่วงนี้จะได้สัมผัสกับบรรยากาศปลายฤดูหนาวและวิวเทือกเขาคอเคซัสที่ยังถูกปกคลุมไปด้วยหิมะอยู่ พอมองเห็นเทรลบ้าง แต่อาจจะเดินยากเพราะพื้นแฉะและบางส่วนเป็นโคลน ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะต้องเลือกดูว่าเราอยากจะได้วิวแบบไหน

ส่วนถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะหนาๆ เลยอาจจะไม่แนะนำ เพราะถ้าเราไม่ได้เป็นนักเดินเขาแบบมืออาชีพก็จะค่อนข้างลำบาก มองไม่เห็นเทรล เดินยากและอาจอันตรายอีกด้วย
ก่อนเดินต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ใครที่มา Hiking ในช่วงเดียวกันก็คือกลางเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม สิ่งที่เราเตรียมก็จะมี:
- เสื้อกันหนาวและเสื้อแจ็กเกตตัวนอก หากเดินกลางแดดจัดๆ บอกเลยว่าจะร้อนมาก แต่ถ้าลมแรงก็จะหนาวมากเหมือนกัน
- ถุงมือ กรณีที่อากาศเย็นจัด
- น้ำดื่มและขนมนิดหน่อย เผื่อหิวระหว่างทาง
- รองเท้าสำหรับเดินป่าหรือแบบที่ไม่ลื่น
- ถุงเท้ากันน้ำหรือถุงสวมรองเท้าสำหรับกันน้ำ เพราะช่วงนี้หิมะเริ่มละลาย พื้นจะแฉะเละเป็นโคลน ถ้าเท้าเปียกแล้วล่ะก็จะเย็นเยือกและเดินไม่สนุกแน่นอน
- หมวกและแว่นตากันแดด และอย่าลืมทาครีมกันแดดกันด้วย เพราะแดดที่นี่จัดแบบที่หน้าไหม้กันเลย
- กระเป๋าเป้ใบเล็ก ไว้ใส่เสบียงหรือใส่เสื้อกันหนาว
- Powerbank สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปและเผื่อฉุกเฉิน
- ไฟแช็ก (ถ้ามี) เผื่อฉุกเฉินอีกเหมือนกัน
เส้นทาง Hiking
เส้นทางสำหรับ Hiking ที่เราเดินจะมีอยู่ 3 เทรลด้วยกัน โดยจะเริ่มเดินจากที่พักใน Gudauri Ski Resort ทั้งหมด
เส้นทางที่ 1
Gudauri – Cookie Mountain
Cookie Mountain เป็นภูเขาลูกที่เรามองเห็นจากที่พัก ด้านบนจะมีไม้กางเขนขนาดใหญ่ และเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสกีรีสอร์ททั้งหมด ไปจนถึงเมือง Gudauri ที่อยู่ด้านล่างอีกด้วย เส้นทางนี้ถือว่าอยู่ในระดับง่าย Beginner หรือคนทั่วๆ ไปที่ไม่ได้มีปัญหากับเข่าสามารถเดินได้ ส่วนเวลาในการเดินไปกลับก็ขึ้นอยู่ความฟิตของแต่ละคน ถ้าแบบไม่รีบเดินไปถ่ายรูปไป หยุดพักบ้างก็อาจจะใช้เวลาประมาณไม่ถึง 2 ชั่วโมง

- ระดับความยาก: ง่าย
- ระยะทางไปกลับ: 3.5 กิโลเมตร
- เวลาเดิน: 1 – 1.5 ชั่วโมง
- ประเภทเทรล: One-way
- ระดับความสูงจากน้ำทะเล (Max): 7,300 ft
จุดเริ่มต้นของเราก็คือที่พัก New Gudauri Loft 1 Apartment ซึ่งยอดเขาของ Cookie Mountain ที่จะไปกันสามารถมองเห็นได้จากห้องนั่งเล่นเลย และจะเห็นเทรลตามไหล่เขาไปที่ยอดด้านขวามือ สวยมาก

ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูวิวหลักล้านระหว่างทางกัน! ด้วยระยะทางและเวลาที่สั้น เทรลนี้จึงไม่ได้เตรียมอะไรไปมาก มีขนมและน้ำดื่มเผื่อหิวระหว่างทาง ใครที่มาช่วงกลางถึงปลายเมษายนเหมือนกัน สิ่งสำคัญเลยก็คือรองเท้ากันน้ำ หรือจะใส่แบบเป็นถุงคลุมรองเท้าแบบกันน้ำสำหรับเดิน Hiking เลยได้ยิ่งดี เพราะบอกเลยว่าพื้นมีทั้งหิมะ ทั้งดินโคลน และน้ำแบบแฉะๆ ลื่นๆ


การเดินในช่วงนี้เรียกได้ว่าท้าทายพอสมควร เพราะทางทั้งแฉะและลื่น หิมะละลายไปเยอะแล้ว เทรลจึงกลายเป็นโคลนผสมกับหิมะไป

พอเราเดินข้ามฝั่งมาที่เขาอีกลูก เราก็จะสามารถมองเห็นสกีรีสอร์ทและลานสกีแบบพานอรามาท่ามกลางเทือกเขาคอเคซัสที่ไม่ต้องถึงกับมาเล่นสกี แต่แค่มานอนดูวิวก็คุ้มที่สุดแล้ว

มาถึงจุดนี้จะเป็นทางแยกระหว่างทางขึ้นไปที่ยอดเขา Cookie Mountain ที่อยู่ทางขวามือ หรือหากเราเดินต่อลงไปด้านหน้า ก็จะเป็นเส้นทางที่ 2 ที่จะเดินต่อไปยังหอคอยเก่าแก่ Tsetskhlisjvari Tower

และในที่สุดก็เดินมาถึงยอดเขา Cookie Mountain ที่ความสูง 7,300 ft หรือราวๆ 2,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งจากตรงนี้สามารถมองเห็นเมือง Gudauri สกีรีสอร์ทและ Wolf’s Mountain ด้วย เรียกได้ว่า 360 องศาไปเลย

เส้นทางที่ 2
Gudauri – Tsetskhlisjvari Tower
Tsetskhlisjvari Tower เป็นหอคอยเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกลูกซึ่งจะต้องเดินเลย Cookie Mountain ไปอีกเยอะพอสมควร หอคอยแห่งนี้เป็นหอคอยขนาดเล็กที่ตั้งอยู่แบบเปล่าๆ ไม่มีคนดูแล ที่สำคัญคือสามารถเข้าถึงได้จากการเดินขึ้นเท่านั้น ไม่มีถนน ตัวหอคอยสร้างมาจากหินที่เรียงซ้อนกัน เห็นแล้วบอกได้เลยว่าเก่าแก่มาก
ระดับความยากของเส้นทางนี้อยู่ที่ระดับปานกลาง ระดับความชันไม่ได้ต่างจากเส้นทางแรก เพราะถัดจาก Cookie Mountain แล้วเทรลจะเป็นลักษณะขาลงซะมากกว่า เดินง่าย ไต่ไหล่เขาไปหลายลูกพอสมควร ความยากคือระยะทางที่มากกว่าเท่าตัว และขากลับจากหอคอยไปยัง Cookie Mountain ซึ่งจะกลายเป็นขาขึ้นและเริ่มหมดแรงไปแล้ว

- ระดับความยาก: ปานกลาง
- ระยะทางไปกลับ: 7 กิโลเมตร
- เวลาเดิน: 2 – 3 ชั่วโมง
- ประเภทเทรล: One-way
- ระดับความสูงจากน้ำทะเล (Max): 7,197 ft
เส้นทางนี้จะเป็นการเดินต่อจากเส้นทางที่ 1 ตรงจุดทางแยก โดยเราจะเห็นยอดเขา Cookie Mountain อยู่ด้านขวามือ และ Wolf’s Mountain อยู่ทางซ้ายมือ

การเดินรอบนี้จะเห็นได้ว่าหิมะเริ่มละลายเยอะแล้วในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังมีหลงเหลือให้ได้เห็นอยู่ตามยอดเขา
พอเรามาถึงตรงจุดทางแยกก็จะต้องเดินลง ซึ่งจากตรงนี้จะเห็นหอคอยอยู่ลิบๆ ที่ยอดเขาทางด้านขวามือ และสิ่งที่น่าแปลกใจก็คือเราได้เห็น Landscape ใหม่ที่มีพื้นแห้ง ทุ่งหญ้าที่เริ่มขึ้นเขียวขจีและดอกไม้เล็กๆ ตามทางเดิน


ทางส่วนใหญ่เดินง่ายเพราะกลายเป็นทุ่งหญ้าแบบแห้งๆ เลาะไปตามไหล่เขา หลังผ่าน Cookie Mountain ไปจะเป็นทางลาดลง ส่วนขากลับก็อย่าลืมเผื่อแรงกันด้วย เพราะจะกลายเป็นทางขึ้น

ใครที่จะตามมาเส้นทางนี้อย่าลืมพกน้ำดื่มและขนมมาเผื่อหิวระหว่างทางกันด้วย เพราะใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรเลย และเราก็เดินมาถึง Tsetskhlisjvari Tower หอคอยเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เดียวดายบนยอดเขา ที่นี่ไม่ได้มีคนดูแล เงียบเหงา แต่ก็จะมีคนมาเดิน Hiking อยู่บ้าง


หอคอยที่สร้างด้วยหินหรือ Stone Tower ที่น่าจะสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 ถึง 12 หรือเรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของจอร์เจีย Georgian Golden Age เก่าแก่และสวยงามมาก และเรามักจะเห็นหอคอยลักษณะแบบนี้อยู่แทบทุกที่ตามภูเขาในประเทศจอร์เจีย
เส้นทางที่ 3
Gudauri – ตีนเขา Hawk Mountain
จริงๆ แล้วเส้นนี้เป็นการเดินที่ไม่ได้มีจุดหมายปลายทาง เพียงแต่เดินไปฝั่งตรงข้ามกับสองเส้นทางแรกที่พอถึงทางแยกหลังข้ามแม่น้ำจะเลี้ยวขวา แต่เส้นทางนี้เราจะเดินไปทางซ้ายที่เป็นฝั่งใกล้กับลานสกี ซึ่งจะเป็นแนวตีนเขาของ Hawk Mountain นั่นเอง
เพราะไม่มีจุดหมายปลายทาง ก็เลยจะเดินไปเรื่อยๆ ตามแม่น้ำสายเล็กๆ ที่หิมะเริ่มละลายแล้วไหลลงไปรวมกับแม่น้ำ Aragvi ด้านล่าง เหนื่อยตอนไหนก็หยุดเดินแล้วหันหลังกลับตอนนั้นได้เลย ความยากของเส้นทางนี้บอกเลยว่าสบาย เดินง่าย และไม่ได้ชันอะไรมากมาย เหมือนเดินขึ้นเนินซะมากกว่า แต่วิวหลักล้าน สวยไม่แพ้สองเส้นทางแรกเลย

- ระดับความยาก: ง่าย
- ระยะทางไปกลับ: 3.3 กิโลเมตร
- เวลาเดิน: 1 – 1.5 ชั่วโมง
- ประเภทเทรล: One-way
- ระดับความสูงจากน้ำทะเล (Max): 7,614 ft
ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมหิมะละลายละลายไปเยอะแล้ว ทางส่วนใหญ่จะเป็นดินแห้งๆ และฝั่งนี้หญ้ายังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ พื้นไม่แฉะ เดินได้สบายเลย


จากมุมนี้ลานสกีจะอยู่ทางซ้ายมือของเรา ส่วนด้านขวาจะเป็น Hawk Mountain นั่นเอง

ในส่วนของขากลับตอนแรกกะว่าจะเดินเลาะไปทางลานสกี ซึ่งยังเป็นโซนที่มีหิมะปกคลุมอยู่ แต่หิมะเริ่มละลายและบางทีเรามองไม่เห็นพื้นด้านล่าง ซึ่งอาจจะเป็นโพรง เลยคิดว่าค่อนข้างอันตรายแถมเดินยากด้วย ก็เลยตัดสินใจกลับทางเดิม และเส้นทางนี้โดยรวมแล้วขอยกให้เป็นเส้นทางที่เดินง่ายที่สุดใน 3 เส้นทางทั้งหมด
และทั้งหมดนี้ก็คือ 3 เส้นทางเดิน Hiking รอบๆ สกีรีสอร์ทเมืองกูเดาริ ใครที่ได้มีโอกาสตามมา บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องห้ามพลาด เพราะนอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้เห็นวิวเทือกเขาคอเคซัสในมุมที่เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยได้เห็น
อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวข้อง:
