พิกัดเที่ยวระหว่างทางจากทบิลิซีไปกูเดาริ (Gudauri)

การเดินทางจากทบิลิซีไปเมืองสกีรีสอร์ทกูเดาริ (Gudauri) นั้นใช้เวลาแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ระหว่างทางก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย ซึ่งสามารถแวะถ่ายรูปแบบ Hop On Hop Off ได้สบาย อันที่จริงแล้วแค่วิวระหว่างทางก็สวยเกินจะบรรยายไปอีก

โดยในรีวิวนี้จะขอรีวิวเฉพาะที่เที่ยวที่อยู่ระหว่างเส้นทาง เพราะเราเดินทางด้วย GoTrip แต่หากใครที่เช่ารถขับเองหรือไปกับทัวร์ก็สามารถแวะไปที่อื่นๆ นอกเหนือจากนี้ได้อีก

สำหรับใครที่เดินทางด้วย GoTrip เหมือนกัน เราสามารถเที่ยวได้ทุกที่ที่อยู่ระหว่างเส้นทางจากทบิลิซีไปเมืองกูเดาริ ซึ่งต้องเป็นทางผ่านเท่านั้น ถ้าออกนอกเส้นทางจะทำไม่ได้ โดยแต่ละที่เราจะสามารถแวะได้นานเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ได้มีจำกัดเวลา ไม่เหมือนทัวร์แค่อย่างเดียวตรงที่คนขับจะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทัวร์ไกด์เดินเล่าประวัติศาสตร์เท่านั้นเอง ที่เที่ยวจะมีที่ไหนบ้างตามไปดูกัน!

วางแผนเที่ยว Georgia
  • จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guesthouse ในต่างเมือง
  • เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
  • เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
  • ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ

– 1 –

Zhinvali Water Reservoir


Zhinvali Water Reservoir หรืออ่างเก็บน้ำชินวารีเป็นที่แรกที่เราไปถึง ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปเล็กๆ ที่ใครเดินทางผ่านไปเมือง Gudauri หรือ Kazbegi ต้องมาแวะถ่ายรูป อ่างเก็บน้ำแห่งนี้อยู่บนถนน Georgian Military Road ซึ่งห่างจากทบิลิซี 70 กิโลเมตร

ไม่เพียงแต่วิวที่สวยงามแล้ว อ่างเก็บน้ำชินวารียังมีความสำคัญ เพราะเป็นแหล่งส่งน้ำไปยังเมืองหลวงทบิลิซี เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนจอร์เจียได้ใช้กันอีกด้วย

– 2 –

Ananuri Fortress Complex


Ananuri Fortress Complex หรือป้อมปราการอนานูรีเป็นหนึ่งในป้อมปราการสำคัญและเก่าแก่ของประเทศจอร์เจีย ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Aragavi และอยู่ไม่ไกลจากจุดถ่ายรูปอ่างเก็บน้ำชินวารี

ป้อมปราการแห่งนี้ถูกสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 กันเลย เรียกได้ว่าเก่าแก่มาก สถานที่แห่งนี้ผ่านสงครามการนองเลือดมาแล้วมากมาย ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการและเป็นปราสาทในยุคที่มีการปกครองโดยราชวงศ์หรือ Dukes of Aragvi

ภายในป้อมปราการจะประกอบด้วยสองหอคอย หอคอยขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมมีชื่อว่า “เชอโปวารี (Sheupovari)” ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ส่วนหอคอยทรงกลมอีกอันนั้นส่วนใหญ่กลายเป็นซากปรักหักพัง

นอกจากหอคอยแล้ว ภายในยังมีโบสถ์ถึง 2 แห่งด้วยกัน นั่นก็คือ Church of the Virgin ซึ่งสร้างติดกับหอคอยสี่เหลี่ยม ภายใต้มีหลุมฝั่งศพของ Dukes of Aragvi บางส่วน

โบสถ์อีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโบสถ์หลังใหญ่ก็คือ Church of the Mother of God (Ghvtismshobeli) ที่ถูกสร้างในปี 1689 ตรงทางเข้ามีการแกะสลักผนังที่สวยงามมาก ด้านในใครที่จะเข้าไปจะต้องใส่ผ้าคลุมผม (เค้าจะมีให้ตรงทางเข้า) หรือใส่หมวกก็ได้เหมือนกัน

ด้านหน้าของป้อมปราการอนานูรีก็จะมีร้านขายของฝากด้วย เผื่อใครที่มาหน้าหนาวสามารถหาซื้อถุงมือและถุงเท้าหนาๆ แบบเมดอินจอร์เจียได้ที่นี่เลย ราคาไม่แรง ถุงมือธรรมดาทั่วไป 10-20 Gel ถุงเท้าแบบหนาก็ประมาณ 15 Gel ขึ้นไป

– 3 –

แม่น้ำสองสี Aragvi


อีกหนึ่งจุดถ่ายรูปก็คือ Aragvi River of Two Colors เป็นจุดที่แม่น้ำสองสีมาบรรจบกัน สายนึงสีขาวหรือที่เรียกกันว่า White Aragvi ซึ่งจะไหลลงจาก Gudauri มารวมกับสายสีดำหรือ Black Aragvi ที่เมือง Passanauri จึงเกิดเป็นแม่น้ำสองสีขึ้น

จากเมือง Passanauri แม่น้ำ Aragvi จะไหลต่อไปยังอ่างเก็บน้ำชินวารี (Zhinvali Resevoir) ซึ่งจะไปรวมกับ Pshav Aragvi จนสุดท้ายไปรวมกับแม่น้ำ Mtkvari ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่เราเห็นกันในเมืองหลวงทบิลิซีนั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็คือ 3 พิกัดเที่ยวระหว่างทางไปเมืองกูเดาริ ใครที่เดินทางด้วย GoTrip ก็สามารถตามได้เลย ส่วนใครไปไปกับทัวร์หรือเช่ารถขับเองอาจจะไปที่เที่ยวที่สามารถออกนอกเส้นทางได้ไม่ว่าจะเป็น Javari Monastery เมือง Mtskheta หรือจุดชมวิว Russia-Georgia Friendship Monument ซึ่งอยู่ถัดจากเมืองกูเดาริไปอีกหน่อย

อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:

Back to top ↑