รีวิวโรงอาบน้ำกำมะถันโบราณแห่งเมืองทบิลิซี

นอกจากการตามรอยพิกัดเที่ยวสำคัญต่างๆ แล้วก็ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่ใครมาเยือนทบิลิซี เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศจอร์เจียแล้วจะต้องไม่พลาด ซึ่งก็คือการแช่น้ำพุร้อนที่เต็มไปด้วยแร่กำมะถัน หรือเรียกกันว่า Sulfur Bath ที่ย่านโรงอาบน้ำโบราณชื่อดังของเมืองทบิลิซี “อะบาโนตูบานี Abanotubani” นั่นเอง

วางแผนเที่ยว Georgia
  • จองที่พัก Booking.com – ที่พักส่วนใหญ่ในจอร์เจียมีให้จองผ่าน Booking.com ตัวเลือกหลากหลาย ราคาประหยัด โดยเฉพาะ Guesthouse ในต่างเมือง
  • เดินทางระหว่างเมืองกับ GoTrip – แท็กซี่ราคาประหยัดสำหรับเดินทางระหว่างเมือง สามารถเลือกรถและคนขับรถได้ แถมแวะเที่ยวระหว่างทางได้อีกด้วย
  • เช่ารถกับ Local Rent – เช่ารถขับเองง่ายๆ ทางออนไลน์ สามารถเลือกสถานที่รับและคืนรถได้ตามที่เราสะดวก หรือจะเช่าเมืองนึงคืนอีกเมืองนึงก็ยังได้เลย
  • ซื้อตั๋วรถไฟ 12Go – จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นที่สถานีรถไฟ

Abanotubani เป็นย่านโรงอาบน้ำกำมะถันโบราณที่มีมานานมาก จนปัจจุบันก็ยังเปิดให้บริการกันอยู่ ซึ่งนอกจากน้ำพุร้อนจะเต็มไปด้วยแร่กำมะถันแล้ว ก็ยังมีแร่ธาตุอื่นๆ ด้วย ลักษณะก็จะคล้ายๆ กับการแช่ออนเซ็นของญี่ปุ่น แต่ที่นี่จะผสมผสานการอาบน้ำแบบเปอร์เซีย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเส้นทางสายไหมในอดีต บอกเลยว่าได้บรรยากาศในสมัยยุค Middle Ages หรือยุคกลางกันเลยทีเดียว

Contents:

History ของย่านโรงอาบน้ำโบราณ

ย่านโรงอาบน้ำโบราณแห่งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองทบิลิซี ซึ่งจากตำนานเค้าเล่ากันว่าที่นี่ถูกค้นพบโดยเหยี่ยว (Falcon) ของกษัตริย์ Vakhtang Gorgasali ซึ่งพลัดตกลงไป ทำให้เจอกับแหล่งน้ำพุร้อน และทบิลิซีก็ถูกสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ในเวลาต่อมา ซึ่งชื่อเมืองทบิลิซี (Tbilisi) เองก็แปลว่า “Warm Place” หรือสถานที่อบอุ่นนั่นเอง

ประเภทของโรงอาบน้ำ

โรงอาบน้ำที่นี่จะมีให้เลือกหลายที่เลย แล้วแต่เราจะเลือก ซึ่งจะมีทั้ง 2 แบบ

  • แบบสาธารณะ (Public) ก็จะเป็นการนั่งแช่ร่วมกับคนอื่นๆ แต่จะมีการแยกชายหญิง ซึ่งแบบนี้ราคาจะถูกกว่า เริ่มต้นที่ราวๆ 15 Gel (ประมาณ 195 บาท) ต่อชั่วโมง การอาบแบบสาธารณะข้อดีก็จะให้บรรยากาศแบบ Local เหมือนคนท้องถิ่นสุดๆ ได้เข้าถึงบรรยากาศแบบจอร์เจียนแท้ๆ เลย
  • แบบส่วนตัว (Private) ที่จะเป็นห้องอาบน้ำแยกส่วนตัวไปเลย มีให้เลือกสำหรับ 2 คน หรือ 4-6 คน แล้วแต่โรงอาบน้ำแต่ละที่ ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกัน และแน่นอนว่าแพงกว่าแบบสาธารณะเยอะเหมือนกัน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราวๆ 70 Gel (ประมาณ 910 บาท) ต่อชั่วโมง แบบนี้มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด เหมาะกับคนที่มาเป็นคู่ หรือเป็นครอบครัว

ต้องถอดเสื้อผ้าหมดรึเปล่า?

หากเป็นแบบส่วนตัวอันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลย เพราะพอเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ ทุกอย่างก็จะเป็นของเราทั้งหมด เป็นห้องส่วนตัวแบบปิดทุกอย่าง แต่หากเป็นแบบสาธารณะหลังๆ ผู้หญิงก็จะนุ่งบิกินี่ ส่วนผู้ชายก็จะใส่กางเกงใน (Briefs) หรือกางเกงว่ายน้ำ

การเตรียมตัว

  • สามารถเตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ และยาสระผมของตัวเองไปได้ถ้าไม่อยากไปจ่ายเพิ่มที่โรงอาบน้ำ แต่หากใครขี้เกียจก็ไปแต่ตัวและพกเงินก็พอ เพราะเค้าจะมีบริการผ้าเช็ดตัวและสบู่ให้ แต่จะมีค่าบริการแตกต่างกันไป
  • ต้องไปถึงก่อนเวลาอย่างน้อย 10-15 นาที
  • สิ่งที่ควรรู้ก่อนคือเค้าจะตรงต่อเวลามากๆ โดยพอถึงเวลานัดเราก็ควรจะเข้าห้องทันที บอกเลยว่า 1 ชั่วโมงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น และพอใกล้จะหมดเวลา พนักงานจะมาเคาะประตูที่ห้อง 15 นาทีและ 10 นาทีก่อนหมดเวลาอีกรอบ (ถ้าเป็นโรงอาบน้ำ Chreli-Abano ที่มีโทรศัพท์ในห้องอาบน้ำ ก็จะโทรมาแจ้งเตือน) เพื่อให้เราเตรียมตัวออกจากห้องสำหรับลูกค้าคนต่อไป
  • ใครจะทำคอนเทนต์ถ่ายรูปต่างๆ พอเข้าไปแล้วต้องรีบถ่ายเลย ก่อนที่ไอน้ำจะเริ่มเยอะ
  • น้ำแร่กำมะถันอุณหภูมิสูงมาก เราไม่สามารถแช่ได้นาน ประมาณ 10-15 นาทีก็ต้องขึ้นมาพัก หรืออาบน้ำเย็นสลับไปมา

ไปโรงอาบน้ำไหนดี?

โรงอาบน้ำมีให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งแบบ Public และแบบ Private แต่จะขอรีวิวเฉพาะโรงอาบน้ำที่เราไปมา ซึ่งจะเป็นแบบ Private และมี 2 แห่งด้วยกันก็คือ

  • Gulo’s Thermal Spa หนึ่งในโรงอาบน้ำที่เก่าแก่ดั้งเดิมที่สุดในย่านนี้ ให้บรรยากาศเหมือนย้อนเวลากลับมาอยู่ในยุคกลางสุดๆ
  • ส่วนอีกที่ก็คือ Chreli-Abano Sulfur Bath and Spa หรือ Orbeliani Baths ที่เป็นโรงอาบน้ำที่มีสถาปัตยกรรมแนวตะวันออกกลาง ลักษณะเหมือนมัสยิด สีสันสวยงาม หรูหรา และยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

– 1 –

โรงอาบน้ำ Gulo’s Thermal Spa


โรงอาบน้ำ Gulo’s Thermal Spa ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงอาบน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในย่าน Abanotubani ที่นี่จะให้บริการแบบห้องส่วนตัว (Private) ทั้งหมด มีราคาให้เลือกแตกต่างกันไปตามขนาดของห้อง และจำนวนคน โดยจะมีราคาตามนี้

  • ราคาห้องต่อชั่วโมง มีตั้งแต่ 100-250 Gel
  • ชุดน้ำชาสำหรับสองคน 10 Gel
  • ชุดผ้าเช็ดตัว พร้อมสบู่และยาสระผม 5 Gel ต่อคน
  • Scrub แบบมีพนักงานมาขัดตัวให้ในห้อง 20 Gel

พิกัด Gulo’s Thermal Spa: Google Maps

การจอง

  • สามารถโทรไปจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์ +995 599 588 122 หรือโทรผ่าน Whatsapp เบอร์นี้ก็ได้เหมือนกัน
  • ดูรายละเอียดห้องแบบต่างๆ ได้จากทาง Facebook Page
  • หากไม่สะดวก Walk-in เข้าไปจองล่วงหน้าได้

ห้องอาบน้ำกำมะถัน

ห้องอาบน้ำที่เราเลือกราคา 150 Gel จุได้ถึง 4 คน ภายในพอเข้ามาก็จะเป็นห้องรับแขก ซึ่งเชื่อมต่อไปยังห้องที่มีอ่างน้ำแร่กำมะถันที่ตกแต่งด้วยหินอ่อน สวยงามมาก ด้านบนจะเป็นปล่องโดมระบายไอน้ำแบบต้นฉบับที่เราเห็นกันจากด้านนอก

ขนาดของห้องถือว่าใหญ่เลย ตอนเปิดประตูเข้ามาก็จะปะทะกับกลิ่นกำมะถัน เรียกได้ว่าเตะจมูกสุดๆ

นอกจากอ่างอาบน้ำกำมะถันแล้ว ในห้องก็จะมีอ่างน้ำเย็นจัด ไว้สำหรับสลับไปมาอีกด้วย ด้านข้างก็จะมีห้องน้ำ และห้องซาวน่าแบบส่วนตัวสุดๆ

หากใครอยากนั่งแช่น้ำกำมะถันเพลินๆ แล้วอยากจะจิบชาร้อนเพิ่มบรรยากาศ ก็สามารถแจ้งได้ตอนก่อนเข้ามา ซึ่งจะมีราคาเพิ่มอีก 10 Gel ชาก็รสชาติแบบชาทั่วๆ ไป มีน้ำตาล และเลมอนมาให้ด้วย นอกจากจะได้บรรยากาศแล้วก็ยังเป็นพร็อพถ่ายรูปได้อีก

ตามที่อธิบายไปคร่าวๆ ด้านบนว่า 1 ชั่วโมงนั้นถือว่าน้อยมากสำหรับครั้งแรก จากที่คิดว่าจะมาแช่น้ำร้อนชิลๆ เพลินๆ ก็ลืมไปได้เลย เพราะกว่าเราจะเดินเข้ามา กว่าจะมองนู่นมองนี่และสำรวจ กว่าเราจะเปลี่ยนเสื้อผ้า กว่าเราจะถ่ายรูป ก็หมดไปเกือบ 15 นาที พอลงอ่างซึ่งร้อนมาก อุณหภูมิราวๆ 38-40 องศาเซลเซียส ลงไปได้ไม่ถึง 5 นาทีก็ไม่ไหว ต้องขึ้นไปสลับลงอ่านน้ำเย็นจัด หรือใครจะใช้วิธีตักราดตัวก็ได้เหมือนกัน แต่ลงไปเลยก็ได้ฟีลดี ร้อนจัดสลับไปเย็นจัด เดินไปเดินมาก็หมดเวลาแล้ว

บอกก่อนว่าสบู่และแชมพูที่เค้าให้มาไม่ได้ใช้เลย เพราะไม่มีเวลา ส่วนห้องซาวน่าก็ไม่ได้ใช้อีกเหมือนกัน ถ้าอยากมานั่งแช่แบบสบายๆ ไปจนถึงการใช้ห้องซาวน่าด้วยอาจจะต้องจัดการเวลาดีๆ หรือจองสองชั่วโมงไปเลย

พอเวลาผ่านไปประมาณ 45-50 นาที เราก็ต้องเริ่มเตรียมตัวล้างตัว แต่งตัวและเก็บของ โดยพนักงานจะเริ่มมาเคาะประตูเพื่อเตือนสองถึงสามครั้งกันเลย เพราะฉะนั้นมีเวลาแช่น้ำจริงๆ แค่ประมาณ 40 นาทีเท่านั้นเอง

ทั้งหมดนี้จ่ายไปในราคา 170 Gel เป็นเงินไทยราวๆ 2,210 บาท ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ต้องลองสักครั้ง สนุก และได้บรรยากาศย้อนยุคในแบบที่ไม่รู้จะไปหาแบบนี้ที่ไหนได้อีก หลังจากแช่น้ำแล้วรู้สึกตัวเบาและสบายมาก ถ้ามากัน 4 คนก็ตกคนละประมาณ 550 บาท ประหยัดไปได้เยอะเลย

– 2 –

Chreli-Abano Sulfur Bath and Spa


Chreli-Abano Sulfur Bath and Spa หรือเรียกอีกชื่อว่า Orbeliani Baths เป็นโรงอาบน้ำที่รีโนเวทใหม่ทั้งหมด ออกแบบตกแต่งในสไตล์ตะวันออกกลางที่ดูเหมือนกับมัสยิด สีสันสวยงาม และหรูหรา แถมยังเป็นไอคอนของย่าน Abanotubani อีกด้วย และแน่นอนว่าที่นี่ก็เป็นโรงอาบน้ำยอดนิยมของนักท่องเที่ยวกันเลย

ภายในมีห้องอาบน้ำให้บริการถึง 3 ชั้นด้วยกัน มีสำหรับตั้งแต่ 1 คนแบบห้องเล็กๆ ไปจนห้องขนาดใหญ่ที่จุได้ถึง 12 คนเลย ราคาก็แตกต่างกันไป

  • สำหรับ 1-3 คน ราคา 70-100 Gel ต่อชั่วโมง
  • สำหรับ 1-6 คน ราคา 130-150 Gel ต่อชั่วโมง
  • สำหรับ 1-12 คน ราคา 300-400 Gel ต่อชั่วโมง
  • ชุดน้ำชาพร้อมมะนาวสำหรับ 2 คนอยู่ที่ 10 Gel อาหารและเครื่องดื่มที่นี่มีให้เลือกเยอะมาก สามารถเลือกได้ตอนจอง Online
  • ผ้าเช็ดตัวอย่างเดียว ผืนละ 3 Gel ใครอยากประหยัดแนะนำเอามาเองได้เลย

พิกัด Chreli-Abano Sulfur Bath and Spa: Google Maps หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Website

การจอง

  • จองล่วงหน้าได้ทาง Website พร้อมชำระเงินด้วยบัตรได้เลย ไม่ต้องยุ่งยาก สะดวกสบายมาก
  • และยังสามารถเลือกอาหาร เครื่องดื่ม และแจ้งบริการเสริมที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสปาหรือการทำสครับต่างๆ ผ่านการจองออนไลน์ได้เลย แต่ส่วนนี้จะต้องไปชำระที่หน้าเคาท์เตอร์ ซึ่งได้ทั้งบัตรและเงินสด

ห้องอาบน้ำ

ห้องอาบน้ำที่เราเลือกเป็นห้องสำหรับ 1-2 คน ราคา 70 Gel ต่อชั่วโมง หรือราวๆ 1,000 บาท เราไปถึงก่อนเวลา 15 นาที ซึ่งพอไปถึงก็ต้องจ่ายค่าชาและผ้าเช็ดตัว 2 ผืนอีก 16 ลารี แล้วก็จะมีพนักงานพาเดินไปส่งที่ห้องอาบน้ำ ซึ่งจะอยู่ชั้นล่าง

สิ่งที่ประทับใจก็คือการบริหารจัดการที่นี่เป็นระบบระเบียบ และเรียกได้ว่ามีความ Professional ตั้งแต่ระบบการจองออนไลน์ที่สะดวกสบาย และมีพนักงานคอยให้บริการเหมือนโรงแรม 5 ดาว

ห้องอาบน้ำจะค่อนข้างเล็ก ตกแต่งด้วย Mosaic ทั้งหมด พอเดินเข้ามาก็จะเป็นห้องน้ำและถัดมาก็คืออ่างอาบน้ำกำมะถันเลย ซึ่งภายในห้องนี้จะไม่ได้มีอ่างน้ำเย็น แต่จะเป็นฝักบัวอาบน้ำแทน สิ่งที่แตกต่างจากโรงอาบน้ำดั้งเดิมเลยก็คือภายในห้องไม่ได้มีปล่องหลังคาโดมแบบต้นฉบับ และไม่มีหน้าต่าง จะมีก็แต่เครื่องระบายอากาศเล็กๆ และแสงสว่างในห้องค่อนข้างน้อย

พอเข้ามาในห้องประมาณ 5 นาทีก็จะมีชุดน้ำชาที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ ชาจะมีให้เลือกก็คือ Black Tea หรือ Green Tea ในราคาเท่ากันคือ 10 Gel ที่มาเป็นกาพร้อมกับเลมอนและน้ำตาล รสชาติก็เหมือนกับชาทั่วๆ ไป สำคัญคือเป็นพร็อพถ่ายรูป และเพิ่มบรรยากาศการแช่น้ำแร่กำมะถันของเราให้ฟินมากยิ่งขึ้น

การแช่น้ำก็จะเหมือนๆ กัน เนื่องจากอุณหภูมิที่ร้อนจัด แนะนำให้แช่ไม่เกิน 15 นาทีแล้วต้องขึ้นมาพัก หรืออาบน้ำเย็นสลับไปมา ก่อนหมดเวลาพนักงานที่นี่จะโทรมาแจ้งเตือน 15 นาทีและ 10 นาที แช่น้ำเพลินๆ กันก็อย่าลืมฟังเสียงโทรศัพท์ด้วยนะทุกคน


และนี่ก็คือโรงอาบน้ำกำมะถันโบราณของทั้งสองแห่ง ซึ่งให้ประสบการณ์และบรรยากาศแตกต่างกัน แต่ส่วนตัวแล้วชอบแบบดั้งเดิมของ Gulo’s Thermal Spa ซะมากกว่า เพราะห้องมีขนาดใหญ่กว่า และเป็นสถาปัตยกรรมแบบเดิมๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ในอดีตเลย หากจะให้สรุปเป็นตัวช่วยตัดสินใจก็คือ

  • สำหรับคนที่อยากได้ฟีลเก่าแก่ดั้งเดิมจริงๆ แนะนำให้ไป Gulo’s Thermal Spa
  • แต่หากใครอยากได้แนวหรูหรา สวยงาม ตามรอยนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ แนะนำให้ไป Chreli-Abano

ใครได้มาทบิลิซีแล้วพอมีเวลา ก็อย่าลืมมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์การแช่น้ำแร่กำมะถันที่อะบาโนตูบานีกันนะทุกคน

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวข้อง:

Back to top ↑