10 พิกัดตะลุยกินตะลุยเที่ยวที่โอซาก้า (Osaka) ญี่ปุ่น

มีใครคิดถึงญี่ปุ่นสุดใจเหมือนกันบ้าง? รีวิวนี้จะพาทุกคนไปตะลุยกินตะลุยเที่ยวดินแดนปลาดิบ นั่นก็คือเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน เมืองที่มีความคลาสสิคกับกลิ่นอายอารยธรรมของญี่ปุ่น ซึ่งบอกเลยว่าในชีวิตนี้ต้องมาเที่ยวโอซาก้ากันสักครั้ง จะมีที่ไหนน่าตามบ้าง ไปดูกันเลย!

วางแผนเที่ยว Japan
  • จองที่พัก Booking.com – จองง่าย ตัวเลือกที่พักหลากหลาย แถมยังสามารถยกเลิกหรือเลื่อนวันที่พักได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข
  • ซื้อ Klook Pass – สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก Tokyo Disney Land หรือ Universal Studios Japan ไปจนถึง One-day Trip ในเมืองต่างๆ และตั๋วรถไฟ JR Pass

– 1 –

เดินเล่นย่าน Shinsaibashi


ใครที่มาโอซาก้า ถ้าไม่ได้มาเดินเล่นในย่านชินไซบาชิ ก็คงเหมือนกับมาไม่ถึง เพราะที่นี่เป็นถนนคนเดินช็อปปิ้งที่เรียกได้ว่าเดินเป็นกิโลๆ ก็ยังไม่หมด ซอกซอยเยอะมาก ใครไม่หลงถือว่าเก่งเลย ทั้งถนนก็จะเรียงรายไปด้วยร้านขายของฝาก ร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ ตู้หยอดเหรียญกาชาปอง ตู้เกมส์ ตู้หยอดเหรียญน้ำดื่ม เอาเป็นว่าเยอะแบบไม่นับถ้วนกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยร้านทาโกยากิที่มีอยู่ทุกมุมบนถนนคนเดินกันเลย

ที่นี่ยังมีป้าย Glico ที่เป็นสัญญลักษณ์ของเมืองโอซาก้าที่อยู่ตรงสะพาน Ebisubashi และเป็นมุมมหาชนที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปกันให้ได้ บรรยากาศคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน เดินได้ไม่เบื่อเลย

  • การเดินทาง: หากพักอยู่ในย่านนัมบะ เดินมาได้เลยสบายๆ หรือสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Namba ทางออกที่ 14
  • พิกัดGoogle Maps

– 2 –

ชิมปูอลาสก้าย่างร้าน Kani Doraku


หากใครเดินวนเวียนอยู่แถวๆ สะพาน Ebisubashi หรือตรงป้าย Glico แน่นอนว่าจะต้องได้กลิ่นปูย่างหอมๆ จากร้าน Kani Doraku แน่นอน ร้านต้นตำหรับปูอลาสก้าแห่งเมืองโอซาก้า หน้าร้านสามารถมองเห็นได้จากน้องปูยักษ์ที่ขยับขาอยู่บนป้ายหน้าร้าน ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับสตาร์บัคส์ หรือทางเข้าถนนคนเดิน Ebisu Bashi-suji นั่นเอง

ขาปูอลาสก้าย่างหอมๆ สามขาในราคา 1,000 เยน ซื้อแล้วก็ยืนกินข้างร้านแบบฟินๆไหนๆ ไปโอซาก้าแล้ว ต้องไปลองชิมกันให้ได้เลย ภายในร้านยังมีเมนูปูอลาสก้าให้เลือกกันแบบจุกๆ เผื่อใครอยากจัดเต็ม ก็ตามไปโดนกันได้เลย

  • การเดินทาง: ร้านอยู่แถวๆ ป้าย Glico ตรงหัวมุม ตรงข้ามกับสตาร์บัคส์ หากพักอยู่ในย่านนัมบะ เดินมาได้เลยสบายๆ หรือสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Namba ทางออกที่ 14
  • พิกัดGoogle Maps

– 3 –

ตามรอยอิซากายะร้านดัง Isomaru Suisan


สาวกปลาดิบมาโอซาก้าทั้งที ยังไงต้องมาให้ถึง ร้าน Isomaru Suisan เป็นร้านอิซากายะแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่บนถนนคนเดินชินไซบาชิเลย ร้านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารทะเล ขั้นที่เลือกกันสดๆ หน้าร้านแล้วย่างไปกินไปแบบฟินๆ ส่วนเมนูปลาดิบก็มีให้เลือกแบบตาลายกันไปเลย เยอะมาก พวกดงบุริคือที่สุด สาวกปลาส้มขอแนะนำ Tri-Color Salmon Bowl จะมีทั้งแซลมอลชิ้นโตๆ แซลม่อนบดปรุงรส และอิกุระแบบจุกๆ

ที่ร้านปลาดิบสดสะอาด รสชาติอร่อย แถมราคาดีมากๆ การสั่งอาหารที่นี่จะใช้แท็บเล็ตสั่งอย่างเดียวเลย มีภาษาอังกฤษให้เลือก สะดวกสบายมากๆ

ส่วนใครที่เป็นคอสาเก งานนี้ต้องมาเช็คอินกันให้ได้ เพราะที่ร้านมีสาเกให้เลือกเยอะไปหมด ร้านนี้เป็นร้านที่เรากินเกือบจะวันเว้นวันกันเลย Isomaru Suisan จะมีหลายสาขาในย่านชินไซบาชิ และความดีก็คือบางสาขาเปิดกันแบบ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

  • การเดินทาง: ร้านอยู่ในย่านถนนคนเดินชินไซบาชิเลย (ชื่อถนน Sennichimae) ใกล้ๆ ทางออก หากนั่งรถไฟใต้ดินให้มาลงที่สถานี Namba ทางออก B20
  • พิกัดGoogle Maps

– 4 –

หยอดเหรียญตู้กาชาปอง


ใครชอบสะสมของเล่นน่ารักๆ ของญี่ปุ่น หากเดินเล่นในย่านชินไซบาชิก็จะต้องเจอกับตู้หยอดเหรียญกาชาปองที่มีให้เลือกกันแบบนับไม่ถ้วน บอกเลยว่าแลกเหรียญเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ ของน่ารักๆ เยอะมาก Moomin เอย Sanrio เอย ฟิกเกอร์การ์ตูน พวงกุญแจ มิเนเจอร์ กระเป๋าผ้า ล้วนจุอยู่ในแคปซูลกลมๆ ที่มีราคาตั้งแต่ 300 เยน ไปจนถึง 500 เยน (ประมาณ 80 ถึง 130 บาท)

ใครไม่มีเหรียญ เค้าจะมีตู้ให้แลกเหรียญอยู่ข้างๆ เลย หรือใครที่คิดว่าจะมาเหมา ก็มีถุงให้ใส่กลับบ้านด้วย เราว่าเป็นไอเดียของฝากจากญี่ปุ่นกลับไทยที่คูลมากๆ

  • พิกัด: มีทุกซอกทุกมุมบนถนนคนเดินย่านชินไซบาชิ เดินยังไงก็เจอแน่นอน

– 5 –

ชิมทาโกยากิร้านเล็กๆ รสชาติดั้งเดิม


จะมาให้ถึงญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่ต้องกินให้ได้เลยก็คือทาโกยากิ ร้าน Takoyaki Wanaka Sennichimae เป็นทาโกยากินร้านประจำของเราเอง เป็นร้านเล็กๆ ที่แอบอยู่ในมุมหนึ่งของถนนคนเดินชินไซบาชิ ที่นี่คนจะไม่ได้แน่นมาก แถมรสชาติอร่อย ดั้งเดิมแบบต้นตำหรับญี่ปุ่นสุดๆ ซึ่งทาโกยากิที่นี่เค้าจะไม่ได้กรอบเหมือนที่ไทย จะนุ่มๆ รสชาติกลมกล่อม ออกเค็มนิดหน่อย ไม่หวาน แถมโปะด้วยปลาแห้งแบบไม่มีกั๊ก

ทาโกยากิ 8 ลูกราคา 600 เยน หรือประมาณ 150 บาท ซื้อแล้วยืนกินหน้าร้านได้เลยฟินๆ หรือจะไปนั่งหลังร้านก็ได้เหมือนกัน

  • การเดินทาง: ร้านอยู่ในย่านถนนคนเดินชินไซบาชิเลย หากนั่งรถไฟใต้ดินให้มาลงที่สถานี Namba ทางออก E5
  • พิกัดGoogle Maps

– 6 –

ตะลุย Ghibli Official Store


สำหรับใครที่เป็นสาวกอนิเมะญี่ปุ่นอย่าง Ghibli Studio แน่นอนว่าจะต้องอยากไปช็อปของสะสมที่ Ghibli Official Store ซึ่งที่นัมบะจะมีอยู่สองสาขาด้วยกัน สาขาแรกจะอยู่ใต้สถานีนัมบะเลย ร้านเล็ก แต่ของก็ค่อนข้างเยอะ ส่วนอีกสาขานึงจะเป็นร้านใหญ่ อยู่บนห้าง Parco ชั้น 6 ที่นี่จะมีฉากบนรถไฟให้ถ่ายรูปกันด้วย

ในร้านก็จะมีของสะสมจากอนิเมะเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอนิเมะชื่อดังอย่าง My Neighbor Totoro, Spirited Away, Porco Rosso, Kiki’s Delivery Service หรือ Castle in the Sky ของก็จะมีพวกฟิกเกอร์ เข็มกลัด แก้วและกาน้ำชาเซรามิก การ์ดสะสม ตุ๊กตา จิ๊กซอว์ ไปจนถึงเสื้อผ้าเลย น่าซื้อไปซะหมด

  • การเดินทาง: สาขาใต้สถานีรถไฟ Namba จะอยู่ชั้น B1 แถวๆ ทางออก B23 ส่วนสาขาบนห้าง Parco ชั้น 6 จะอยู่ในถนนคนเดิน Shinsaibashi เลย จากสะพาน Ebisubashi ตรงมาเรื่อยๆ
  • พิกัดใต้สถานี Namba: Google Maps
  • พิกัดบนห้าง ParcoGoogle Maps

– 7 –

พิกัดของเล่นญี่ปุ่นราคาถูก


นอกจาก Ghibli Official Store แล้ว ยังมีแหล่งขายของสะสมและของเล่นญี่ปุ่นที่บอกเลยว่าราคาดีมากๆ ใครเป็นสายสะสมต้องตามไปช็อป และพิกัดที่ว่านี้ก็คือตึก Bic Camera สาขานัมบะ โดยโซนของเล่นทั้งชั้นจะอยู่บนชั้น 7 มีของให้เลือกเพียบแบบละลานตาไปหมดเลย ฟิกเกอร์สะสม ของเล่นญี่ปุ่น อุปกรณ์เกมส์ และพวกไอทีต่างๆ มีครบหมด

  • การเดินทาง: ตึกจะอยู่ในย่านชินไซบาชิ สามารถเดินทะลุมาได้ หรือสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Namba ทางออกที่ B21
  • พิกัด: Google Maps

– 8 –

ตะลุยร้านซูชิสายพาน Genrokuzushi


อีกหนึ่งร้านที่อยากให้ทุกคนตามมาเช็คอินกันถ้าได้มาเยือนโอซาก้า นั่นก็คือร้านซูชิสายพาน Genrokuzushi ที่ตั้งใจกลางย่านชินไซบาชิเลย ร้านมีหลายสาขา เดินไปมุมไหนก็เจอ ใครที่ชอบกินซูชิ ที่นี่คือที่สุดแล้ว อร่อยแถมราคาดีมากๆ

ซูชิที่ร้านจะแบ่งราคาตามสีของจานเลย โดยสีที่ถูกที่สุดหรือเป็นราคาเริ่มต้นก็คือสีแดง ราคา 125 เยน คิดเป็นเงินไทยราวๆ 30 บาท ในหนึ่งจานก็จะมีซูชิอยู่สองชิ้น ราคานี้ถือว่าถูกมากๆ เมนูบนสายพานคือมีให้เลือกแบบ รัวๆ เชฟก็ยืนปั้นกันสดๆ ที่สำคัญแค่จานสีแดงก็มีเมนูให้เลือกเยอะจนตาลายกันไปเลย

  • การเดินทาง: สาขา Sennichimae จะอยู่ในย่านชินไซบาชิ ถัดจากตึก Bic Camera Namba Store เลย หรือสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Namba ทางออกที่ B21
  • พิกัด: Google Maps

– 9 –

Sukiya ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัด


สำหรับ Everyday Meals แบบประหยัดแล้ว เราให้ร้าน Sukiya เป็นร้านในดวงใจเลย ส่วนใหญ่จะมากินอาหารเช้าที่นี่ประจำ เพราะนอกจากจะมีเมนูให้เลือกหลากหลายแล้ว ราคาถือว่าค่อนข้างถูกเลยทีเดียว Sukiya แถวๆ นัมบะก็มีหลายสาขา แต่สาขานี้คือสาขา Sukiya Namba Rakusa โดยเมนูที่นี่บอกเลยว่าไม่เหมือนที่ไทย แถมรสชาติสำหรับเราเราว่าอร่อยกว่ามากเลย

จานที่กินประจำสำหรับใครที่ชอบปลาดิบ ก็คือข้าวหน้าทูน่าบดปรุงรส ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ดิบ สั่งเพิ่มซุปมิโสะอร่อยมากๆ หนึ่งมื้อนี้ในราคา 800 เยน หรือราวๆ 200 บาทเอง ราคานี้คุ้มมาก ส่วนเมนูอื่นๆ ที่ไม่ใช่ปลาดิบ ก็มีให้เลือกเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าเนื้อ อูด้ง หรือสุกี้ ราคาเริ่มต้น 600 กว่าเยน

  • การเดินทาง: ร้านจะอยู่ใกล้ๆ กับสถานี Namba ทางออกที่ 8 หรือ 10
  • พิกัด: Google Maps

– 10 –

เที่ยวปราสาทโอซาก้า


มาถึงเมืองโอซาก้า อีกหนึ่งที่เที่ยวที่ต้องมาก็คือปราสาทโอซาก้า เรานั่งแท็กซี่จากย่านชินไซบาชิ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือใครจะสะดวกมารถไฟก็ได้เหมือนกัน ปราสาทโอซาก้าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เหมาะกับการมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ เพราะล้อมรอบไปด้วยสวน และตัวปราสาทเองก็สวยเกินจะบรรยายเลย

เราสามารถเข้าไปชมนิทรรศการในตัวปราสาทได้ด้วย โดยค่าเข้าอยู่ที่คนละ 600 เยน หรือราวๆ 150 บาท แต่ละชั้นจะมีการจัดนิทรรศการเล่าเรื่องของเมืองโอซาก้า และมีการจัดแสดงชุดขุนนางและนักรบในสมัยก่อนด้วย แต่น่าเสียดายที่นิทรรศการส่วนใหญ่จะไม่ให้ถ่ายรูป ชั้นบนสุดของตัวปราสาทก็สามารถมองเห็นวิวเมืองโอซาก้าแบบ 360 องศา ซึ่งบอกเลยว่าคุ้มมากๆ

  • การเดินทาง: นั่งแท็กซี่จากย่านชินไซบาชิ 10 นาที หรือสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Tanimachiyonchome ทางออกที่ 2
  • พิกัด: Google Maps

อ่านรีวิวที่เกี่ยวข้อง:

Back to top ↑