นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia) อยู่มุมไหนของโลกกันนะ
นิวแคลิโดเนียหรือเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Nouvelle Calédonie เป็นเกาะเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ และอยู่ใน Oceanic World ซึ่งล้อมรอบไปด้วยทะเล เกาะแห่งนี้จึงมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่ตั้งของนิวแคลิโดเนียนั้น หากดูจากแผนที่โลกจะอยู่ใกล้กับประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

เกาะแห่งนี้อยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1853 ที่นี่จึงใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักเลยค่ะ ส่วนสกุลเงินที่นี่จะใช้เงินฟรังก์ (Franc) ซึ่งหากเทียบกับเงินไทย 1,000 Franc ก็เท่ากับประมาณ 300 บาท
วางแผนเที่ยว New Caledonia
- จองที่พักบน Booking.com – มีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นตัวเมือง Nouméa หรือต่างเมือง ไปจนถึงที่พักบนเกาะต่างๆ
ที่ว่าเล็ก เล็กแค่ไหนกัน? ที่นี่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 270,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเมืองหลวงที่มีชื่อว่า “นูเมอา (Nouméa)” ผู้คนที่นี่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนยุโรปหรือคนฝรั่งเศส คนพื้นเมืองที่เรียกว่า “คานัค (Kanak)” และคนทีมีเชื้อสายพอลินีเชีย (Polynesia)
Contents:
- ทำไมถึงเรียกว่าเป็นเกาะต้องมนตร์
- ที่นี่ยังติดอันดับประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
- การเดินทาง
- พักที่ไหนดี?
- ไปเที่ยวนิวแคลิโดเนียต้องใช้วีซ่าหรือไม่?
- ค่าครองชีพ
- อาหารของคนที่นี่
- สรุปแล้วนิวแคลิโดเนียน่าเที่ยวหรือไม่?
ทำไมถึงเรียกว่าเป็นเกาะต้องมนตร์
นิวแคลิโดเนียเป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามเหมือนเกาะสวรรค์ ที่นี่ล้อมรอบไปด้วยวิวทะเลและภูเขา และมีธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุด บ้านที่นี่แทบทุกหลักจะถูกสร้างอยู่ตามเนินเขาและสามารถมองเห็นทะเลด้วย

ที่นี่มีสวนสาธารณะรอบชายหาดมากมาย และมีกิจกรรมให้ทำแบบไม่เบื่อแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือ ตกปลา การเดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกาย และปั่นจักรยานไปตามเส้นทางแนวชายหาด หรือการเดิน Trekking บนภูเขา และยังมีเกาะเล็กๆ ที่อยู่ล้อมรอบอีกมากมาย หรือที่เรียกว่า Royalty Islands ที่สามารถไปเที่ยวพักผ่อนได้โดยการนั่งเรือหรือทางเครื่องบินภายในประเทศ

ผู้คนที่นี่มีไลฟ์สไตล์ที่น่าอิจฉามากที่สุด และบอกได้เลยว่าทุกคนอัธยาศัยดีเป็นกันเองมากๆ ซึ่งนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจมากที่สุด
อากาศที่นี่อยู่ที่ 17 – 24 องศาเซลเซียส ถือว่าดีต่อใจมาก เย็นสบาย หนาวบ้างแต่ไม่หนาวมาก บางวันร้อน แต่ก็ไม่ร้อนมาก เอ๊ะมันยังไงนะ เอาเป็นว่าเป็นอากาศที่สบายมากๆ ที่สุด
ที่นี่ยังติดอันดับประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
เชื่อหรือไม่ว่าเกาะเล็กๆ แห่งนี้ติดอันดับ 1 ใน 20 ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก? เพราะมีอุตสาหกรรมการส่งออกแร่นิกเกิลเป็นอุตสาหกรรมหลัก เรียกได้ว่าภูเขาบนเกาะทั้งหมดเต็มไปด้วยแร่นิกเกิลเลยทีเดียว มีเยอะแค่ไหน? ปริมาณแร่นิกเกิลบนเกาะนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของแร่นิกเกิลที่มีทั่วโลกเลย

การเดินทาง
บอกได้เลยว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนานที่สุดที่เราเคยเดินทางมาและยุ่งยากมากที่สุด เพราะยังเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้นจึงมีขั้นตอนการตรวจที่สนามบินเยอะมากๆ รวมถึงเอกสารที่ต้องเตรียมด้วย
ทริปนี้ใช้เวลาในการบินรวมกับเวลาที่ใช้รอเปลี่ยนเครื่องเกือบ 20 ชั่วโมงเลย เราเริ่มต้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วไปเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยสายการบิน JAL ขาแรกใช้บินเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

มาถึงสนามบินนาริตะ รอเปลี่ยนเครื่องอีก 4 ชั่วโมง แล้วบินต่อไปลงที่สนามบิน Tontouta เมือง Nouméa ด้วยสายการบิน AirCalin ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติของที่นี่ และจะใช้เวลาอีก 9 ชั่วโมงยาวๆ เลย สำหรับค่าตั๋วเครื่องบิน เราเดินทางช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ราคา One-Way ขาเดียวอยู่ที่ 35,000 บาท

จากสนามบินต้องมีรถมารับเข้าตัวเมืองใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง การเดินทางไปไหนมาไหนบนเกาะต้องใช้รถส่วนตัวหรือการเช่ารถจะสะดวกที่สุด แต่ก็จะมีรถเมล์ประจำทางให้บริการด้วยเหมือนกัน
พักที่ไหนดี?
Nouméa เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีเชนโรงแรมชื่อดังมากมาย ในส่วนของห้องและวิวไม่ต้องพูดถึง ล้อมรอบด้วยวิวมหาสมุทรแปซิฟิกในแบบที่ Exclusive สุดๆ ที่พักแนะนำ Location ปังติดทะเลตามนี้เลย
- DoubleTree by Hilton Noumea Ilot Maitre Resort (Rating 8.5) โรงแรมบนเกาะส่วนตัว Ilot Maitre ที่พักก็จะมีทั้งบ้านบนเกาะไปจนถึงบังกะโลแบบที่ยื่นลงไปในทะเล สวยเกินจะบรรยาย
- Chateau Royal Beach Resort & Spa, Noumea (Rating 8.4) ที่พักติดทะเลในเมือง Nouméa ที่มองเห็นวิวทะเลแปซิฟิกได้แบบพานอรามากันเลย
- Le Méridien Nouméa Resort & Spa (Rating 7.5) โรงแรม 5 ดาว Beach Front ที่สามารถมองเห็นวิว Anse Vata Bay ทั้งหมด แถมยังอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะ Ouen Toro อีกด้วย
- Nouvata (Rating 6.8) ที่พักติดทะเลที่อยู่ใกล้กับหนึ่งในหาดที่สวยที่สุดใน Nouméa หรือ Plage de l’Anse Vata ย่านนักท่องเที่ยวที่ล้อมรอบด้วยร้านอาหารและบาร์มากมาย

ไปเที่ยวนิวแคลิโดเนียต้องใช้วีซ่าหรือไม่?
เพราะที่นี่คือฝรั่งเศส ดังนั้นคนไทยที่จะมาเที่ยวที่นี่จะต้องทำวีซ่า ซึ่งเป็นวีซ่าพิเศษสำหรับดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส (French Overseas Territories) แต่มีขั้นตอนเหมือนการขอวีซ่า Schengen ทั่วไป ซึ่งต้องไปขอกับ TLS Contact ที่ตึก Sathorn City Tower ตรง BTS ช่องนนทรี

วีซ่าระยะสั้นหรือวีซ่าท่องเที่ยวสามารถขอพำนักสูงสุดได้ 90 วัน โดยค่าใช้จ่ายที่เราเสียทั้งหมดคร่าวๆ ประมาณเกือบ 6,000 บาทนะคะ ค่าวีซ่าจริงๆ 400 กว่าบาท ที่เหลือเป็นค่าบริการของ TLS Contact ทั้งหมดเลย เพราะเราไปทำวีซ่าวันเสาร์ (นอกเวลาทำการ) และใช้ Premium Service เพิ่มอีก เนื่องจากเอกสารมีจุดที่ต้องให้เจ้าหน้าที่แก้ไขให้ ซึ่งเค้าแก้ให้เดี๋ยวนั้นเลย ไม่อย่างนั้นเราต้องกลับไปแก้และนัดทำคิวใหม่ ก็เลยต้องเสียนะทุกคน
แนะนำให้เผื่อเวลาทำวีซ่าก่อนเดินทางนะคะ เป็นเดือนๆ เลยยิ่งดี เพราะนอกจากจะมีรายการเอกสารที่ยาวเหยียดแล้ว เราต้องตรวจสอบเอกสารให้เรียบร้อย รวมถึงการกรอกข้อมูลใบสมัครวีซ่า ประเภทวีซ่าต่างๆ ซึ่งอาจผิดพลาดและต้องกลับมาแก้ใหม่ได้
และในช่วงนี้คิวยื่นวีซ่าเต็มยาวๆ เลยนะทุกคน สถานการณ์โควิดเริ่มจะดีขึ้น หลายๆ ประเทศเปิดให้เที่ยวได้แล้ว ใครๆ ก็อยากไปเที่ยวกันค่ะ โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป เพราะฉะนั้นให้เผื่อเวลาไว้ให้ได้เยอะที่สุดเลยน้า
ค่าครองชีพ
ค่าครองชีพที่นิวแคลิโดเนียถือว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เหมือนๆ กับฝรั่งเศส และหลายอย่างมีราคาแพงกว่า เนื่องจากเป็นเกาะ และของส่วนใหญ่นำเข้าเกือบทั้งหมดเลย ถ้าพูดให้เห็นภาพอาหารหนึ่งมื้อ เช่น เบอร์เกอร์กับเฟรนช์ฟรายส์ ราคาประมาณ 750 บาท หรือพิซซ่า 1 ถาด ราคาประมาณ 800 – 1,000 บาทขึ้นไป และที่แพงมากๆ ก็จะเป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าแฟชันต่างๆ เราเคยเจอชุดเดรสในตลาดถนนคนเดินราคา 2,000 – 3,000 ขึ้นไป แพงมากเลย
ไก่สด 1 ตัวที่เลี้ยงบนเกาะจะมีราคาสูงถึง 1,000 บาทขึ้นไป แต่หากเป็นแบบแช่แข็งและนำเข้าจะถูกกว่า เนื้อหมูราคากิโลละ 700 บาท และที่นี่เนื้อวัวถูกกว่าเนื้ออื่นๆ เริ่มต้นกิโลละ 400 บาทเท่านั้น นี่คือถือว่าถูกแล้วนะทุกคน

แต่ก็จะมีของบางอย่างกลับถูกกว่าหลายๆ ประเทศในยุโรป โดยเฉพาะพวกขนมปัง ขนมปัง Baguette หรือที่เราเรียกกันว่าขนมปังฝรั่งเศส ราคาประมาณ 30 บาทเอง ถูกมาก หรือพวก Pâte ที่เอาไว้ทากับขนมปังก็ถูกมาก แบบเป็นกระปุกประมาณ 60 บาท และอีกอย่างที่ถูกกว่าที่เมืองไทยก็คือพวก Fois Gras และ Mousse de fois gras de canard ค่ะ ใครชอบมาที่นี่ถูกใจแน่นอน
นอกจากอาหารก็แน่นอน พวกสกินแคร์ที่เป็นแบรนด์ของฝรั่งเศสก็จะถูกกว่าที่ไทยค่ะ เช่น La Roche-Posay และ Bioderma
อาหารของคนที่นี่
ส่วนใหญ่เค้าจะทำอาหารกินกันเองนะคะ นานๆ ทีถึงจะออกไปกินข้างนอก เพราะการออกไปกินข้าวที่ร้านอาหารข้างนอกนั้นแพงมากๆ ซึ่งอาหารหลักเลยก็หนีไม่พ้นขนมปัง ซึ่งขนมปังที่นี่อร่อยมาก รวมถึงเบเกอรี่ทุกอย่าง ขนมปังก็จะกินกับไส้กรอก (Saucisson) แฮม (Jambon) และชีส (Fromage) ที่มีหลากหลายชนิดมาก เราเองก็ไม่รู้จักทั้งหมด เพราะมีเยอะจริง

และยังมี Pâte ที่เราชอบมาก ซึ่งก็มีหลายแบบอีกเหมือนกัน Pâte ก็จะทำมาจากเนื้อ มีทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อกวาง และฟัวส์กราส์ก็เป็นหนึ่งในอาหารที่เค้าจะกินกันเวลาฉลองเทศกาลต่างๆ หรือการกินข้าวกับครอบครัวค่ะ
หลายๆ มื้อที่เราได้กินก็จะเป็นเมนูเนื้อกวางอบ ใส่มันฝรั่ง แครอท และลูกฟิก โรยหน้าด้วยใบไทม์ง่ายๆ ไม่ใส่ซอสอะไรเลย แต่รสชาติอร่อยมาก กินกับขนมปังหรือข้าว ใช่คะ “ข้าว” อ่านไม่ผิด
คนที่นี่กินข้าวด้วย ข้าวนำเข้าจากไทยเลยนะ แอบภูมิใจเบาๆ และที่ประหลาดใจคือในร้านซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ก็จะเห็นซอสที่นำเข้าจากไทยแทบทุกอย่างเลย แต่ราคาก็คูณสองหรือสามไปเลย
สรุปแล้วนิวแคลิโดเนียน่าเที่ยวหรือไม่?
สำหรับเรา การมาที่เกาะแห่งนี้เป็นประสบการณ์นึงในชีวิตที่คุ้มค่ามากที่สุด ได้เห็นธรรมชาติที่สวยและสมบูรณ์มากในโลกที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ทะเลที่นี่สวยมาก แต่ก็ความจริงก็คืออยู่ไกล เดินทางยาก และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
แต่สำหรับสายชิลที่ชอบเที่ยวทะเลหรือเกาะในต่างประเทศ หรือคนที่ชอบการท่องเที่ยวแบบผจญภัยไปในที่ที่ซ่อนอยู่ในแผนที่โลก ห่างไกล ไปยาก แต่สวย สวยแบบสวย ไม่รู้จะอธิบายยังไง เราก็อยากให้ทุกคนที่มีโอกาส ได้มาสัมผัสเกาะสวรรค์เล็กๆ แห่งนี้สักครั้งนึงในชีวิต















